
EP เดินเครื่อง COD “วินด์ฟาร์ม”เวียดนาม 2 โครงการ 100 เมกะวัตต์ รับรู้รายได้ทันที
EP แจ้งว่าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม 2 โครงการ CBTN และ PTMN กำลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์ ได้เริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ตั้งแต่ 22 ธ.ค. 68 เริ่มรับรู้รายได้ทันท
นายอารักษ์ ราษฎร์บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EP เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งปรเทศไทย ขอเรียนให้ทราบว่า ตามที่ EPVN W2 (HK) Company Limited (EPVN W2) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อม ของ บริษัท อีเทอร์นิตี้ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (ETP) ที่ถือหุ้นในสัดส่วน 100% และบริษัทฯถือหุ้นใน ETP สัดส่วนร้อยละ 81.40 % ได้เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จำนวน 2 โครงการ คือ CBTN และ PTMN ตั้งอยู่ที่จังหวัดยาไล กำลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์ ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าเวียดนาม (Vietnam Electricity หรือ EVN) ระยะเวลา 20 ปี นั้น
ขณะนี้โครงการ CBTN ขนาดกำลังการผลิต 49.50 เมกะวัตต์ และโครงการ PTMN ขนาดกำลังการผลิต 49.50 เมกะวัตต์ ได้รับหนังสือแจ้งจาก EVN เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 ให้เริ่มจาหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operating Date : COD) ให้แก่การไฟฟ้าเวียดนาม (Electricity of Vietnam หรือ EVN) โดยเริ่มนับวัน COD ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 8:00 น. ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าชั่วคราว (Temporary Feed in Tariff) ระยะแรกที่ 50% ของอัตรารับซื้อสูงสุดที่ 1,587.12 ดองเวียดนามต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือประมาณ 793.56 ดองเวียดนามต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง และเริ่มรับรู้รายได้ของโครงการดังกล่าวตั้งแต่วันที่เริ่มจาหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เป็นต้นไป
ด้านนายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ EP เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม ได้แก่ Che Bien Tay Nguyen Wind Power Plant Project (CBTN) และ Phat Trien Mien Nui Wind Power Plant Project (PTMN) ณ จังหวัด Gia Lai สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ครบถ้วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งรวม 99 เมกะวัตต์ ภายหลังการไฟฟ้าแห่งชาติเวียดนาม (EVN) อนุมัติรับซื้อไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 8.00 น. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การ COD ของโครงการ CBTN และ PTMN มีกำลังการผลิตติดตั้งแห่งละ 49.5 เมกะวัตต์ รวม 99 เมกะวัตต์ ได้ครบตามแผน สะท้อนถึงความพร้อมของโครงการในทุกมิติ ทั้งด้านเทคนิค การผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และโครงสร้างทางการเงินที่มีนัยสำคัญต่อสภาพคล่องและฐานะการเงินของบริษัทฯเป็นอย่างมาก
นายยุทธ กล่าวว่า ภายหลังการ COD ทั้ง 2 โครงการจะสามารถเบิกเงินกู้งวดแรก BIDV ได้ประมาณ 1,200 ล้านบาท ภายในเดือนมกราคม 2569 และหลังจากเจรจาได้ข้อสรุปค่าไฟฟ้า (Final FIT) กับทาง EVN แล้ว ก็จะสามารถเบิกเงินกู้ส่วนที่เหลือของทั้ง 4 โครงการ ได้อีกจำนวนกว่า 2,400 ล้านบาท รวถึงจะได้รับส่วนต่างค่าไฟฟ้าคืนจากทาง EVN ของทั้ง 4 โครงการ จำนวนรวมกว่า 70 ล้านบาท อีกด้วย ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อสภาพคล่องและกระแสเงินสดของ EP ในระยะถัดไป
“ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ EP มีความพร้อมในการบริหารจัดการภาระหนี้สินทั้งหมด ช่วยเสริมสภาพคล่อง และความแข็งแกร่งของฐานะการเงินอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมตอกย้ำศักยภาพของ EP ในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนจนสามารถสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ได้จริงในระดับสากล” นายยุทธกล่าวในที่สุด
