8 ยักษ์ใหญ่ลงทุนปีม้าคึก! อัดงบเฉียด 5 แสนลบ. GULF ลุย New S-curve ปตท.เสริมพลังงานมั่นคง

8 บิ๊กแคป อัดฉีดเงินลงทุนปี 69 เกือบ 5 แสนล้านบาท กลุ่มพลังงาน PTTEP-PTT ขยายพอร์ตโรงไฟฟ้า-ปิโตรเลียม-ธุรกิจใหม่โครงสร้างพื้นฐาน ฟาก GULF พุ่งเป้าหมาย New S-curve รับเมกะเทรนด์ Data Center-AI ส่วน EGCO-RATCH เติมเต็มพอร์ตโรงไฟฟ้า-พลังงานทดแทน ขณะที่ AOT จัดหนัก 7.9 หมื่นล้านบาท เดินหน้าขยายสนามบินทั่วประเทศ OR ตั้งงบลงทุน 1.87 หมื่นล้านบาท เดินหน้าธุรกิจ Mobility และ Lifestyle ทั้งในและต่างประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจแผนการลงทุนของ 8 บริษัทจดทะเบียนยักษ์ใหญ่จาก 3 กลุ่มหลักในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า มีการประกาศแผนการลงทุนปี 2569 รวมมูลค่าเกือบ 5 แสนล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน มูลค่ารวมกว่า 327,200 ล้านบาท กลุ่มไฟฟ้า มูลค่ากว่า 45,000 ล้านบาท กลุ่มการบิน มูลค่ากว่า 89,000 ล้านบาท

:PTTEP ลงทุน 2.5 แสนล้าน

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า PTTEP จัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 มูลค่ารวม 7,726 ล้านเหรียญสหรัฐ (เทียบเท่า 253,027 ล้านบาท) ประกอบด้วยรายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) มูลค่า 5,164 ล้านเหรียญสหรัฐ และรายจ่ายดำเนินงาน (Operating Expenditure) มูลค่า 2,562 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานปี 2569 มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความแข็งแกร่งและขยายการลงทุนธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในต่างประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับแผนงานหลัก 1) เพิ่มปริมาณการผลิตปิโตรเลียมจากโครงการปัจจุบัน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศไทย 2) เร่งผลักดันโครงการหลักที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา 3) เร่งดำเนินการสำรวจโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว

:GULF ลงทุน 3 หมื่นล้าน

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทตั้งงบลงทุนประมาณ 25,000-30,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนเงินลงทุนประมาณ 30% จะใช้ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ส่วนอีกประมาณ 60% ใช้ลงทุนธุรกิจ New S-curve อาทิ Data Center, Cloud และ AI รวมทั้งลงทุนอื่น ๆ โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากกระแสเงินสด การออกหุ้นกู้ และเงินกู้จากสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยปี 2569 บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ 60,000-70,000 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระ และลงทุนโครงการต่าง ๆ ตามแผนงาน เนื่องจากขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำและมีแนวโน้มปรับลดลง จะช่วยทำให้บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยคาดว่า EBITDA จะขยายตัวประมาณ 15% มาจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 683 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติสหรัฐ Jackson Generation จากค่า Capacity Payment ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น

:PTT ลงทุน 2.86 หมื่นล้าน

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ปตท.ตั้งงบลงทุนปี 2569 มูลค่า 28,608 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น มูลค่า 12,103 ล้านบาท, ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย มูลค่า 1,211 ล้านบาท, ธุรกิจใหม่และความยั่งยืน และสำนักงานใหญ่ มูลค่า 1,807 ล้านบาท และการลงทุนบริษัทที่ ปตท.ถือหุ้น 100% มูลค่า 13,487 ล้านบาท

โดยกลุ่มปตท.ยังดำเนินการต่อเนื่อง คือ เร่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ผ่านโครงการสำคัญที่จะช่วยยกระดับผลการดำเนินงาน (EBITDA Uplift) และสร้างความสามารถในการแข่งขัน ตั้งเป้าสร้างกระแสเงินสดปี 2569 อีก 100,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่กลุ่มปตท.ยังสามารถรักษาการดำเนินงานตามแผนได้ทุกมิติ โดยมี EBITDA งวด 9 เดือนแรกปี 2568 จำนวน 257,957 ล้านบาท และมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นในระดับที่แข็งแกร่งจำนวน 413,718 ล้านบาท

:OR ลงทุน 1.86 หมื่นล้าน

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ปี 2569 มีแผนลงทุนมูลค่า 18,697 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนสำหรับธุรกิจ Mobility อยู่ที่ 10,317 ล้านบาท ธุรกิจ Lifestyle อยู่ที่ 4,310 ล้านบาท ธุรกิจ Global อยู่ที่ 1,373 ล้านบาท และ Innovation & New Business อยู่ที่ 2,696 ล้านบาท

ขณะที่แผนการลงทุน 5 ปี (ปี 2569-2573) จำนวน 57,977 ล้านบาท จัดทำภายใต้วิสัยทัศน์ Empowering All Toward Inclusive Growth หรือ “เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน” โดยหมายรวมถึงการเติบโตของผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ที่จะเติบโตไปพร้อมกับ OR

: EGCO ลงทุน 3 หมื่นล้าน

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เปิดเผยว่า ปี 2569 EGCO มีแผนลงทุน 30,000 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ POWER4 มุ่งเน้นขยายพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ แสวงหาโอกาสลงทุนธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อเสริมสร้างการเติบโตในระยะยาว และสร้างความมั่นคงทางพลังงานในยุคของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

โดยสัดส่วนกว่า 80% เน้นลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และสัดส่วน 20% ลงทุนพลังงานหมุนเวียน ทั้งรูปแบบ M&A (ควบรวมกิจการ) และ Greenfield Project (พัฒนาโครงการใหม่) เป้าหมายการลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา, อินโดนีเซีย, ไทย, สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, เกาหลีใต้, ไต้หวัน

: RATCH ลงทุน 1.5 หมื่นล้าน

นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า ปี 2569 บริษัทตั้งงบลงทุน 15,000 ล้านบาท โดยเน้นลงทุนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนารูปโครงการ Green Field และการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) มีเป้าหมายลงทุนในประเทศออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และลาว ขณะนี้มีพาร์ตเนอร์บางรายได้ชักชวน RATCH ร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐอเมริกา แต่บริษัทยังไม่ได้ตัดสินใจ และบริษัทมีการเจรจาการทำ M&A มากกว่า 5 โครงการ

ส่วนการลงทุนในประเทศไทย บริษัทสนใจลงทุนทั้ง Data Center และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมทั้งพื้นที่ดิน 2,000 ไร่ ที่จังหวัดราชบุรีและพันธมิตร รวมทั้งเตรียมรุกโครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดตรง (Direct PPA) ที่รัฐเตรียมประกาศการขาย Direct PPA เพื่อรองรับอุตสาหกรรม Data Center ที่มีการลงทุนในไทย และหลายประเทศในอาเซียน

: AOT ลงทุน 7.9 หมื่นล้านบาท

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ปี 2569 AOT มีแผนลงทุนรวม 79,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) การลงทุนส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 12,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะช่วยเพิ่มพื้นที่อาคารผู้โดยสารหลักหลังปัจจุบันจาก 60,000 ตางรางเมตร เป็น 81,000 ตารางเมตร

2) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง เฟส 3 วงเงิน 36,000 ล้านบาท ซึ่งต้องมีการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 ขณะนี้การออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างเสนอ ครม.คาดว่าจะเริ่มดำเนินการกลางปีนี้ 3) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 8,000 ล้านบาท โดยก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรองรับจาก 12.5 ล้านคนต่อปี เป็น 18 ล้านคนต่อปี รองรับเที่ยวบินจากปัจจุบัน 25 เที่ยวบินต่อชั่วโมงเป็น 35 เที่ยวบินต่อชั่วโมง  คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ช่วงเดือนตุลาคม 2569

4) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 18,000 ล้านบาท โดยก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ และปรับปรุงอาคารผู้โดยสารเดิมเป็นอาคารผู้โดยสารในประเทศ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2576 ทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 20 ล้านคนต่อปี 5) โครงการพัฒนาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ระยะที่ 1 วงเงินประมาณ 5,870 ล้านบาท โดยจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 3 ล้านคนต่อปี เป็น 6 ล้านคนต่อปีภายในปี 2575  คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในปี 2569

: THAI ลงทุนหมื่นล้าน

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า ปี 2569 THAI มีแผนลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ท่าอากาศยานอู่ตะเภา วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเช่าที่ดินจาก EEC จำนวน 210 ไร่ เป็นเวลา 50 ปี ในการลงทุนโครงการ MRO โดยจะก่อสร้างโรงซ่อมบำรุง (Hangar) รวม 6 Hangar แบ่งเป็น 2 เฟส เฟสแรกจะลงทุนก่อสร้าง 3 Hangar พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง วงเงินลงทุน 6,000 ล้านบาท ใช้เวลาประมาณ 3 ปี

ส่วนเฟสที่ 2 จะก่อสร้างอีก 3 Hangar แต่วงเงินลงทุนน้อยกว่า เนื่องจากมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นไว้ตั้งแต่เฟสที่ 1 แล้ว โดย MRO ดังกล่าวจะสามารถรองรับได้ทั้งเครื่องบินแบบลำตัวกว้าง และลำตัวแคบ และจะให้บริการซ่อมบำรุงตั้งแต่การซ่อม Light Maintenance (การซ่อมย่อยหรือซ่อมขั้นลานจอด) และ Overhaul (การซ่อมบำรุงใหญ่) โดยให้บริการทุกสายการบิน คาดว่าจะสร้างรายได้ปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ THAI จะทยอยรับมอบเครื่องบิน A321 neo อีก 15 ลำในปี 2569 รวมถึงอยู่ระหว่างดำเนินแผนเช่าเครื่องบินลำตัวกว้าง B787 จำนวน 10 ลำ วงเงิน 20,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนเครื่องบินลำตัวกว้างที่ปลดระวาง ระหว่างรอรับมอบเครื่องบินฝูงใหญ่ที่ THAI ลงนามสัญญากับบริษัท โบอิ้ง และ บริษัท จีอี แอโรสเปซ เพื่อจัดหาเครื่องบินแบบลำตัวกว้างพิสัยกลางและไกลพร้อมเครื่องยนต์จำนวน 45 ลำ และสิทธิในการจัดหาเพิ่มเติม (Option Order) อีก 35 ลำ ซึ่งจะทยอยรับมอบได้ตั้งแต่ปี 2571 จำนวน 9 ลำ โดยผู้ผลิตขอเลื่อนจากแผนเดิมคือกลางปี 2570

Back to top button