A5 ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 20% เดินเกมรุก New Business-ผุดโครงการใหม่ Q4 มูลค่า 1.3 พันลบ.

A5 ตั้งเป้ารายได้ปี 69 โต 20% รุก New Business สร้างรายได้ประจำ เสริมความแข็งแกร่งระยะยาว พร้อมเตรียมเปิดโครงการใหม่ไตรมาส 4/69 มูลค่า 1.30 พันล้านบาท หลังตุนแบ็กล็อก 792 ล้านบาท


นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บ้านและคอนโดมีเนียมระดับลักชัวรี เปิดเผยว่า มองภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังอยู่ในภาวะทรงตัว กำลังซื้อยังฟื้นตัวช้า จากปัจจัยเศรษฐกิจและบรรยากาศทางการเมืองที่อยู่ระหว่างการเลือกตั้ง ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยระยะยาว โดยมองแนวทางการฟื้นฟูตลาดอสังหาริมทรัพย์ควรดำเนินการ 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

1.สร้างความเชื่อมั่น: ทำให้การเมืองนิ่ง เพื่อให้คนกล้าตัดสินใจซื้อบ้านและก่อหนี้ระยะยาว

2.ทำให้เศรษฐกิจดี: เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถจ่ายโบนัส และคนมีเงินเก็บสำหรับซื้อบ้าน

3.แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน: แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อเพิ่มกำลังซื้อในฝั่งอุปสงค์

นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ยังมองว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ผ่านจุดแข็งด้าน Soft Power อาทิ อาหาร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางด้าน Wellness & Medical Hub และอุตสาหกรรมการผลิต เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยจะลดจำนวนการเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ลง และหันมาให้น้ำหนักกับการขยายธุรกิจใหม่ (New Business) มากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่สามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

ทั้งนี้ แผนธุรกิจใหม่ที่บริษัทเตรียมแถลงอย่างเป็นทางการภายในเดือนมีนาคม สำหรับทิศทางในระยะยาว บริษัทมองโอกาสในการขยายเข้าสู่ธุรกิจด้าน Wellness ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ โดยจะต่อยอดจากจุดแข็งด้านการออกแบบ (Design) ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของ A5 เพื่อนำมาพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการวางแนวคิดเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

ขณะที่ในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะเริ่มเห็นภาพของธุรกิจใหม่ในรูปแบบของการให้บริการ (Service) เป็นหลัก เพื่อสร้างรายได้เสริมและขยายฐานลูกค้าในระยะสั้น ควบคู่กับการเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ของบริษัทในระยะยาว

สำหรับแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัว 1 โครงการ มูลค่าประมาณ 1,300 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงไตรมาส 4/2569 ขณะที่แผนระยะยาว บริษัทมีที่ดินรองรับการพัฒนาอีก 5 โครงการ มูลค่ารวมราว 7,000 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยพัฒนาในช่วงปี 2569–2570 ตามจังหวะตลาดที่เหมาะสม

อย่างไรก็ดี บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 20% ขณะที่มียอดขายรอรับรู้ในมือ (Backlog) ณ วันที่ 31 ธ.ค.68 รวมมูลค่ากว่า 792 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 โครงการหลัก คือ แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 398 ล้านบาท, แซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7 มูลค่า 245 ล้านบาท, วนา ราชพฤกษ์ – เวสต์วิลล์ อยู่ที่ 145 ล้านบาท และโครงการที่จังหวัดอุดรธานีอยู่ที่ 3.40 ล้านบาท

ด้านฐานะการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ระดับ 1.3–1.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และบริษัทเตรียมชำระคืนหุ้นกู้ครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์นี้ มูลค่าประมาณ 280–300 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินในระยะต่อไป

ส่วนผลการดำเนินงาน โครงการ “แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา” ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มูลค่าโครงการรวม 1,200 ล้านบาท สามารถทำยอดขายได้ประมาณ 580 ล้านบาท หรือเกือบ 50% ภายใน 2 เดือน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

Back to top button