
“โกลเบล็ก” มอง SET ก.พ. คึกคัก รับแรงหนุนรัฐบาลใหม่ แนะเก็ง 6 หุ้น คาดงบ Q4/68 โตเด่น
“บล.โกลเบล็ก” ประเมินตลาดหุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางบวก รับแรงหนุนรัฐบาลชุดใหม่และกระแส Election Rally พร้อมแนะเก็งกำไร 6 หุ้นเด่น คาดงบไตรมาส 4/2568 เติบโตแข็งแกร่ง
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยได้รับแรงหนุนจากกระแส Election Rally นักลงทุนยังคงคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดทุนไทยต่อเนื่อง
อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยเชิงบวกจากต่างประเทศ โดยล่าสุดทางวุฒิสมาชิกเดโมแครตและรีพับลิกันร่วมกับทำเนียบขาวบรรลุข้อตกลงผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่าย 5 ฉบับ ช่วยคลายกังวลต่อเสถียรภาพการคลังสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน FED เผยแบบจำลอง GDPNow บ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ Q4/68 ขยายตัวถึง 4.2% สะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนแสดงความคาดหวังว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามข้อตกลง กับสหรัฐฯ เพื่อยุติการโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครน ลดแรงกดดันต่อประชาชนในช่วงฤดูหนาว ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์และวุฒิสมาชิกเดโมแครตสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเชื่อมั่นต่อตลาดโลก
สำหรับเศรษฐกิจไทย กระทรวงการคลังรายงานเดือนธันวาคม 2568 ยังขยายตัวต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศและการส่งออก โดยดัชนี MPI โต 2.52% จากภาคยานยนต์และมาตรการรัฐ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางบวกต่อเนื่อง จึงคาดการณ์กรอบดัชนี SET ในเดือนนี้อยู่ที่ 1,280-1,400 จุด
อย่างไรก็ตามปัจจัยเชิงลบที่ส่งผลต่อการลงทุน ก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมกราคมของจีนที่ 49.3 ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วน หลังสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ทันเวลา เพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพการคลัง
รวมทั้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยื่นฟ้องกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกค่าเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จากกรณีข้อมูลภาษีรั่วไหลสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จัดให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังคู่ค้ารายใหญ่ที่ต้องจับตาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตรา
ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยคาดปี 2569 จะขยายตัวเพียง 2.0% ลดลงจากปี 2568 ที่ 2.2% จากผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ และความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ขณะที่สหรัฐฯ รายงานดัชนี PPI เดือนธันวาคมพุ่งขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อน สูงกว่าคาดการณ์ กดดันแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินต่อไป
นอกจากนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุนได้เช่นกัน อาทิ วันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้งทั่วไปรอดูโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ และ วันที่ 25 ก.พ. ประชุม กนง. ครั้งที่ 1/69 ส่วนสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าจับตา อาทิ วันที่ 3 ก.พ. สหรัฐรายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ.ค. และวันที่ 17-18 มี.ค. ประชุม FED
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE, บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC, บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO, บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON, บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA จากคาดการณ์ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2568 จะออกมาดี

