“บล.ฟินันเซีย ไซรัส” ชี้ PSC ใหม่ดัน AOT เทกออฟ! ลุ้นกำไรไตรมาส 4 พุ่ง เป้า 63.50 บาท

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมิน AOT รับปัจจัยบวกจากการเริ่มใช้อัตรา PSC ใหม่ในเดือน ก.ค. หนุนกำไรไตรมาส 4/2569 แข็งแกร่ง พร้อมเตรียมมาตรการจูงใจเติมสล็อตฤดูร้อนกระตุ้นทราฟฟิก คาดกำไรปกติปี 2570 โต 57% จากการรับรู้ PSC เต็มปี คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 63.50 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)  หรือ FSS ระบุว่า ช่วงเวลาการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการให้บริการผู้โดยสาร (Passenger Service Charge: PSC) มีความชัดเจนมากขึ้น หลัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม ได้ลงนามอนุมัติการปรับขึ้นค่า PSC ผู้โดยสารระหว่างประเทศเป็น 1,120 บาท จากเดิม 730 บาทเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนถัดไปอยู่ระหว่างรอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) โดยคาดว่าอัตรา PSC ใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ราว 4 เดือนหลังจากนั้น หรือประมาณเดือนกรกฎาคม ซึ่งล่าช้าจากสมมติฐานเดิมที่คาดไว้ในเดือนเมษายน ทั้งนี้ FSS ประเมินว่าปัจจัยดังกล่าวจะสนับสนุนให้กำไรไตรมาส 4 ปี 2569 แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มเป็นไตรมาสที่มีกำไรสูงสุดของปี

นอกจากนี้ AOT อยู่ระหว่างศึกษาการปรับขึ้นค่าบริการสนามบินในส่วนของค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงอากาศยาน (Landing Charges) และค่าจอดอากาศยาน (Parking Charges) ซึ่งคาดว่ากระบวนการจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการในระยะยาว

สำหรับตารางการบินฤดูร้อน (ปลายมีนาคม–ตุลาคม 2569) AOT พบว่ามีการยกเลิกสล็อตเพิ่มขึ้น และคาดว่าการจองสล็อตในช่วงดังกล่าวอาจลดลงประมาณ 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทจึงมีแผนทำการตลาดเชิงรุกและออกมาตรการจูงใจระยะสั้น เพื่อดึงสายการบินเข้ามาเติมเต็มปริมาณเที่ยวบิน และรักษาอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารปีงบประมาณ 2569 ให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 3–6% ทั้งนี้ หากไม่มีมาตรการดังกล่าว AOT ประเมินว่าปริมาณผู้โดยสารอาจทรงตัว

อย่างไรก็ตาม FSS คาดว่าสถานการณ์จะทยอยผ่อนคลายในตารางการบินฤดูหนาว ส่งผลให้ครึ่งหลังของปี 2569 แข็งแกร่งขึ้น และปีงบประมาณ 2570 จะเร่งตัวชัดเจน

ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลง 15% เพื่อสะท้อนการปรับขึ้น PSC ที่เลื่อนออกไปราว 1 ไตรมาสจากสมมติฐานเดิม รวมถึงความเสี่ยงจากทราฟฟิกที่อาจชะลอตัวระยะสั้นจากการยกเลิกสล็อตตารางบิน โดยการวิเคราะห์ความอ่อนไหวพบว่า ปริมาณเที่ยวบินปี 2569 ที่เปลี่ยนแปลงทุก 1% จะส่งผลกระทบต่อกำไรปกติประมาณ 0.3%

ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน  ภายใต้สมมติฐานปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้น 3% และจำนวนผู้โดยสารรวมเพิ่มขึ้น 6% โดยกำไรครึ่งหลังปีจะสูงกว่าครึ่งปีแรก ขณะที่กำไรปกติไตรมาส 2–3 ปี 2569 ยังมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่ลดลงภายหลังการปรับปรุงสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีกับคิงเพาเวอร์

สำหรับปี 2570 คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตโดดเด่น 57% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากการรับรู้ PSC อัตราใหม่เต็มปี โดยฝ่ายวิจัยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ตามวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ที่ 63.50 บาท จากเดิม 53.75 บาท เทียบเท่า 30 เท่าของกำไรต่อหุ้น (P/E) ปี  2570 หรือประมาณ -0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของค่าเฉลี่ยการซื้อขายย้อนหลัง 10 ปี พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”

FSS เห็นว่า ความชัดเจนของการประกาศใช้ PSC อัตราใหม่จะเป็นปัจจัยบวกในระยะถัดไป แม้แนวโน้มกำไรช่วงไตรมาส 2–3 ปี 2569 จะชะลอตัว แต่ถือเป็นจังหวะทยอยสะสม ก่อนที่ผลประกอบการ 2570 จะทำสถิติสูงสุดใหม่จากการรับรู้ PSC เต็มปี และมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ขยายตัวสู่ระดับประมาณ 20% สูงกว่าระดับก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19

Back to top button