
PQS เปิดโรงงานรับคู่ค้าเอเชีย โชว์ศักยภาพผลิต “แป้งมันดัดแปร” หนุนความร่วมมือระยะยาว
PQS เปิดบ้านต้อนรับคู่ค้าเอเชีย โชว์ "PQS Model" บริหารความเสี่ยง ย้ำแผนรุกแป้งมันดัดแปรมูลค่าสูง ผนึก KDX-Sojitz ลุย Low Carbon Starch สร้างฐานแกร่งรับ ESG และการฟื้นตัวระยะยาว
นายรัฐวิรุฬห์ ชาญจึงถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีเมียร์ ควอลิตี้ สตาร์ช จำกัด (มหาชน) หรือ PQS เปิดบ้านต้อนรับคู่ค้าศักยภาพจากต่างประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย เพื่อเข้าเยี่ยมชมโรงงานและกระบวนการผลิตแป้งมันสำปะหลังดัดแปร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คู่ค้าได้ศึกษาศักยภาพการผลิต มาตรฐานคุณภาพ รวมถึงระบบบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของบริษัทอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจร่วมกันในระยะยาว
โดยการเข้าเยี่ยมชมโรงงานในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของคู่ค้าที่มีต่อมาตรฐานการผลิตของ PQS โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอ “PQS Model” ซึ่งเป็นกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงโครงสร้างตั้งแต่ต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับเกษตรกร การใช้ฐานข้อมูลการเพาะปลูก และการวิเคราะห์วัตถุดิบอย่างเป็นระบบ เพื่อลดความผันผวนของอุปทาน (Supply) และสามารถรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้อย่างสม่ำเสมอในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก ภาวะอุปสงค์ที่ชะลอตัว รวมถึงความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจมีความท้าทายมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงเร่งปรับพอร์ตสินค้ามุ่งไปสู่แป้งมันสำปะหลังดัดแปรที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น และลดสัดส่วนการพึ่งพาตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ซึ่งมีความผันผวนสูง
ขณะเดียวกัน PQS ยังเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง KDX–Sojitz ในโครงการพัฒนาแป้งมันสำปะหลังคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Starch) โดยนำเทคโนโลยี Mobile Application เข้ามาประยุกต์ใช้ในการเก็บข้อมูลจากต้นทาง เพื่อติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์และเสริมสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับมาตรฐาน ESG และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในตลาดโลก แม้ว่าการยกระดับมาตรฐานดังกล่าวจะต้องใช้เวลาและทรัพยากรในการปรับตัว แต่บริษัทถือว่าเป็นรากฐานสำคัญที่จะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันในอนาคต
ทั้งนี้ PQS ขอยืนยันแนวทางการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของวินัย ความโปร่งใส และความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างขององค์กรในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมอยู่ในรอบขาลง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับโอกาสการฟื้นตัวในระยะถัดไป ท่ามกลางกระแส Mega Trend ของอุตสาหกรรมอาหารและการแพทย์ที่ยังคงมีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

