BBIK รายได้พุ่ง! ดันกำไรปี 68 นิวไฮ 340 ล้านบาท แจกปันผล 0.48 บ.

BBIK โชว์กำไรปี 68 ทำนิวไฮแตะ 340.73 ล้านบาท โต 13.16% รับรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน พร้อมใจดีแจกปันผล 0.48 บาท/หุ้น เตรียมขึ้น XD 29 เม.ย. นี้


บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 และงวดประจำปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยกลุ่มบริษัทฯ สามารถทำผลประกอบการในปี 2568 ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) สะท้อนความสามารถในการปรับตัวและยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจ แม้เศรษฐกิจจะเผชิญความท้าทายและความไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลให้หลายภาคธุรกิจชะลอการลงทุน โดยกลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,545.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.62 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 2.56 จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ แม้จะมีการปรับโครงสร้างโดยโอนย้ายพนักงานส่วนหนึ่งไปเป็นพนักงานของบริษัทร่วมทุนโดยตรง ทำให้รายได้ที่เคยเรียกเก็บจากการให้บริการของกลุ่มพนักงานดังกล่าวลดลงคิดเป็นประมาณร้อยละ 9 ของรายได้รวม แต่การปรับลดลงนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกำไร เนื่องจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องได้ปรับลดลงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเฉพาะรายได้จากการให้บริการแก่ลูกค้าภายนอก กลุ่มบริษัทฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการด้าน Technology Adoption และ Digital Transformation ที่ยังเป็นสิ่งจำเป็นในหลายอุตสาหกรรม อาทิ สถาบันการเงิน ประกันภัย พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร ประกอบกับความสามารถในการส่งมอบงานที่มีคุณภาพและการรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้า ส่งผลให้ในปี 2568 กลุ่มบริษัทฯ เติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ นำโดยงาน MC, DX, ERP, PMO, AI และ Corporate Training รวมถึงการขยายฐานลูกค้าภาคราชการที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2567 ด้านความสามารถในการทำกำไร กลุ่มบริษัทฯ ได้ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการบริหารต้นทุนและควบคุมคุณภาพการส่งมอบงาน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 47.81 ในปี 2567 มาอยู่ที่ร้อยละ 50.01 ในปี 2568

สำหรับกำไรสุทธิรวมของกลุ่มบริษัทฯ ประจำปี 2568 อยู่ที่ 347.29 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 33.46 ล้านบาท จากปี 2567 ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 22.47 จากร้อยละ 20.83 ในปีก่อนหน้า สะท้อนความสามารถในการรักษาความสามารถทำกำไรและยกระดับประสิทธิภาพได้ท่ามกลางความผันผวน ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 340.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.63 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.16 จากปีก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการลดลงของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non-controlling interests) ภายหลังบริษัทเข้าซื้อหุ้น Innoviz ใน Tranche สุดท้ายในไตรมาส 1/2568 นอกจากนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัทฯ ยังมียอดสัญญาการให้บริการมูลค่าคงเหลือ (Backlog) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 838 ล้านบาท (ไม่รวม Backlog ของกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม) ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2569 ไม่น้อยกว่า 663 ล้านบาท และส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในช่วงปี 2570–2573 สะท้อนถึงความต่อเนื่องของรายได้และความมั่นคงของฐานธุรกิจในระยะถัดไป

ในส่วนของผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 450.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.65 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.69 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกลุ่มงาน MC, PMO, DX และ Corporate Training สะท้อนความต้องการทรานส์ฟอร์มองค์กรอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างกลุ่มองค์กรที่ทำให้รายได้การเรียกเก็บค่าบริการพนักงาน Secondment ลดลงก็ตาม ด้านผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 129.74 ล้านบาท โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 126.72 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.92 ล้านบาท หรือร้อยละ 27.17 จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ ในอัตรา 0.48 บาทต่อหุ้น (จากมูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาท) โดยแบ่งเป็นการจ่ายจากกำไรสุทธิส่วนที่ไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (NON-BOI) ในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น และจากกำไรสุทธิส่วนที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในอัตรา 0.325 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นการจ่ายจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทั้งนี้ ได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) ในวันที่ 30 เมษายน 2569 และบริษัทมีกำหนดจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

Back to top button