
LPH ทุ่มงบ 1 พันล้าน ผุด 2 โรงพยาบาลเฉพาะทาง หนุนรายได้โตยั่งยืน
LPH โชว์กำไรปี 68 โตกระฉูด 151.5% แตะ 196.6 ลบ. ปันผล 0.10 บ. ขึ้น XD 29 เม.ย.นี้ กางแผนปี 69 ดันรายได้โต 10% ทุ่มงบพันล้านบาท ผุด 2 โรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ หนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ดร.อังกูร ฉันทนาวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว จำกัด (มหาชน) หรือ LPH เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิรวมส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 196.6 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 151.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,614.3 ล้านบาท เติบโต 7.3% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,436.2 ล้านบาท โดยรายได้จากการดำเนินงานในปี 2568 อยู่ที่ 2,585.2 ล้านบาท เติบโต 7.6% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากรายได้กิจการโรงพยาบาลที่ขยายตัว 1.8% และรายได้จากโครงการประกันสังคมที่เติบโต 8.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการขยายขอบเขตการดูแลสุขภาพของโครงการประกันสังคม การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกันตน การปรับเพิ่มค่าบริการและยาสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง ตลอดจนการปรับขึ้นอัตราค่ารักษาสำหรับผู้ป่วยโรคซับซ้อน
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จากการรักษาพยาบาลจะได้รับผลกระทบจากการลดลงของผู้มาใช้บริการชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาที่ปรับตัวลดลง 60% อันเนื่องมาจากปัญหาต่อเนื่องบริเวณแนวชายแดน แต่บริษัทฯ ยังสามารถชดเชยได้จากรายได้ลูกค้ากลุ่ม CLMV อื่นๆ โดยเฉพาะจากประเทศเมียนมาที่เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 65% รวมถึงกลุ่มประเทศอาหรับที่ยังคงเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20% แม้จะอยู่ภายใต้นโยบายที่เข้มงวดในการส่งคนไข้ไปรักษานอกประเทศของกลุ่มประเทศอาหรับก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้การให้บริการของบริษัทย่อย คือ บริษัท ศูนย์ห้องปฏิบัติการและวิจัยทางการแพทย์และการเกษตรแห่งเอเซีย จำกัด (มหาชน) หรือ AMARC ที่เพิ่มขึ้น 42.5% เทียบกับปีก่อนหน้า โดดเด่นอย่างมากในกลุ่มบริการตรวจวิเคราะห์ ซึ่งเป็นผลจากการที่กลุ่มลูกค้าเอกชนให้ความสำคัญกับคุณภาพการตรวจวิเคราะห์มากขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดปี 2568 และกำไรสะสม เป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 30 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เติบโต 10% จากปีที่ผ่านมา โดยประเมินว่ารายได้จากกลุ่มผู้ป่วยประกันสังคมจะเติบโต 2-3% ตามจำนวนผู้ป่วยที่เข้าสู่ระบบมากขึ้น ขณะที่กลุ่มผู้ป่วยทั่วไปที่ชำระเงินเองคาดว่าจะเติบโต 10% สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับการรักษาโรคยากมากขึ้น
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตราการครองเตียงของผู้ป่วยในปี 2569 จะกลับมาอยู่ในระดับที่สูงกว่าปี 2568 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 70% โดยในปี 2568 อัตราการครองเตียงถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ สาเหตุหลักมาจากปริมาณโรงพยาบาลรับผู้ป่วยเด็กน้อยลง เนื่องจากการประเมินว่าเด็กมีการป้องกันตัวด้วยการฉีดวัคซีนมากขึ้น เช่น วัคซีนไอพีดี (PCV) ป้องกันเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของปอดอักเสบหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ, วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza) รวมถึงวัคซีนเสริม RSV เพื่อป้องกันไวรัสรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก ประกอบกับผู้ปกครองดูแลสุขภาพบุตรหลานมากขึ้น ในส่วนของผู้ป่วยวัยผู้ใหญ่พบว่ามีการเข้ารับการพักรักษาตัว (Admit) เป็นผู้ป่วยในลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากระบบ Co-payment ที่ผู้ป่วยต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง ทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจ Admit น้อยลง
ด้านความสามารถในการทำกำไรในปี 2569 ประเมินว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ปัจจัยสนับสนุนมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและการจ่ายเงินปันผลในเกณฑ์ดีมากจากบริษัทย่อย AMARC ซึ่ง LPH ถือหุ้นในสัดส่วน 70% ขณะที่ฐานสมาชิกผู้ป่วยประกันสังคมของ LPH ปัจจุบันมีผู้ป่วยในระบบมากกว่า 190,000 ราย จากโควตาทั้งหมดกว่า 200,000 ราย โดยที่ผ่านมาจำนวนผู้ประกันตนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ เดือน ปัจจัยหลักมาจากความพึงพอใจในการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยเดิม และการเข้ามาของผู้ป่วยใหม่ที่มองเห็นศักยภาพการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในด้านโรคเฉพาะทาง ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลได้ดึงตัวแพทย์เฉพาะทางที่มีชื่อเสียงเข้ามารักษาผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยชาวไทยตัดสินใจย้ายสิทธิการรักษาเข้ามาที่โรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมเดินหน้าลงทุนภายใต้งบประมาณราว 1,000 ล้านบาท สำหรับการปรับปรุงอาคารเก่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ และการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางแห่งใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลจักษุอินเตอร์ฯ ลาดพร้าว และโรงพยาบาลศัลยกรรมเฉพาะทางรวมผ่าตัดหัวใจครบวงจร โดยได้มีการออกแบบให้เป็นอาคารสีเขียว (Green Building) ตอบรับเทรนด์รักษ์โลก คาดว่าการก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางทั้ง 2 แห่งจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570 ซึ่งหากการก่อสร้างแล้วเสร็จจะเข้ามาช่วยรองรับกลุ่มคนไข้ชาวไทยระดับพรีเมียมและคนไข้ชาวต่างชาติ ซึ่งจะเป็นฐานรายได้สำคัญในกลุ่มผู้ป่วยเงินสดในอนาคต และจะผลักดันให้ LPH เติบโตอย่างมั่นคง

