
เริ่มแล้ว! สหรัฐเก็บภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลก หลัง “ทรัมป์” งัดกฎหมายใหม่สู้คำสั่งศาล
“สหรัฐ” เตรียมบังคับใช้ภาษีนำเข้า 10% ทั่วโลกวันนี้ หลังศาลสูงสุดคว่ำนโยบายเดิม ขณะที่ทำเนียบขาวงัดมาตรา 122 กม.การค้าปี 1974 ใช้ชั่วคราว พร้อมยกเว้นสินค้าจำเป็น แนะจับตาผลกระทบการค้าโลก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเตรียมบังคับใช้มาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตราเดียวทั่วโลก ที่ระดับ 10% ในช่วงเช้าของวันอังคารนี้ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประสบความพ่ายแพ้ทางข้อกฎหมาย
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ศาลสูงสุด (Supreme Court) ได้มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกระบบภาษีเดิม ส่งผลให้นักลงทุนต่างจับตาดูผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนกระบวนการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด
สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดที่ระบุว่า มาตรการจัดเก็บภาษีเดิมซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act) ปี 1977 นั้น เป็นการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี ส่งผลให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องเร่งปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่เป็นการด่วน
โดยทำเนียบขาวได้ตัดสินใจนำมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้า (Trade Act) ปี 1974 มาบังคับใช้แทน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจในการจัดเก็บภาษีได้สูงสุดถึง 15% เพื่อเป็นการตอบสนองต่อปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด (Balance-of-payments deficit) ที่สำคัญ อย่างไรก็ดี กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดกรอบระยะเวลาในการจัดเก็บภาษีไว้สูงสุดไม่เกิน 150 วัน เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสให้ขยายระยะเวลาออกไป
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า อาจมีการพิจารณาปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าเป็น 15% ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection) ได้ออกมายืนยันว่า อัตราภาษีนำเข้าในระยะแรกเริ่มจะถูกจัดเก็บที่ระดับ 10% เท่านั้น โดยในขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการสั่งเพิ่มภาษี ขณะที่ภาคธุรกิจยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ ภายใต้โครงสร้างภาษีใหม่ยังได้กำหนดข้อยกเว้นสำหรับการนำเข้าสินค้าบางประเภทที่มีความจำเป็นต่อประเทศ อาทิ ยาและเวชภัณฑ์ แร่ธาตุที่สำคัญ อุปกรณ์ทางอวกาศ เนื้อวัว และมะเขือเทศ อีกทั้งมาตรการภาษีใหม่นี้จะไม่มีการจัดเก็บซ้ำซ้อนหรือบวกเพิ่มในกลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้การจัดเก็บภาษีเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Tariffs) อยู่ก่อนแล้ว เช่น กลุ่มสินค้าเหล็กและรถยนต์ เป็นต้น

