“พาณิชย์” แจง USTR ย้ำไทยปลอดแรงงานบังคับ–ปัดกำลังผลิตส่วนเกิน

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เผย ทีมไทยแลนด์ชี้แจงทางเทคนิคต่อสหรัฐฯ ย้ำไทยปลอดแรงงาน–ยืนยันไม่มีการผลิตส่วนเกิน พร้อมร่วมมือป้องกันการบังคับใช้บุคลากรในห่วงโซ่อุปทาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ค.69) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ผู้แทนฝ่ายไทย ภายใต้การนำของ ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมการหารือระดับเทคนิคกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา (USTR) ระหว่างวันที่ 13–14 พฤษภาคม 2569

คณะฝ่ายไทย ประกอบด้วย กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ในประเด็นแรงงานบังคับ (Forced Labor Import Ban) และกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess capacity) ภายใต้การไต่สวนตามมาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (Section 301 of the Trade Act of 1974)

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า ฝ่ายไทยได้เน้นย้ำต่อ USTR ว่า ห่วงโซ่อุปทานสินค้าของไทยปลอดแรงงานบังคับ โดยประเทศไทยมีการบังคับใช้กฎหมายแรงงานอย่างเข้มงวด และสินค้าส่งออกของไทยได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้ซื้อในสหรัฐฯ รวมถึงองค์กรเอกชนระหว่างประเทศ ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดและปราศจากแรงงานบังคับ

นอกจากนี้ ไทยยังอยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมาย Human Rights Due Diligence (HRDD) เพื่อยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่คู่ค้า โดยในระยะยาว ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องถึงความสำคัญของความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการป้องกันแรงงานบังคับตลอดห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับประเด็นเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งสหรัฐฯ แสดงความกังวลว่า อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ไทยขยายการส่งออกไปยังสหรัฐฯ จนส่งผลให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับไทยในระดับสูง ฝ่ายไทยได้ยืนยันว่า ไทยยึดมั่นในระบบการค้าเสรีและกลไกตลาด โดยการผลิตและการลงทุนเป็นการตัดสินใจของภาคเอกชนตามภาวะตลาดและโอกาสทางธุรกิจ

ภาครัฐไม่มีนโยบายกำหนดเป้าหมายการผลิต แต่มีบทบาทในการอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันที่โปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมยืนยันว่า ไทยไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกินในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหา ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักรและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนของข้อกังวลเกี่ยวกับการส่งผ่านสินค้า (Transshipment) กรมการค้าต่างประเทศได้ย้ำถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับศุลกากรสหรัฐฯ ในการเฝ้าระวังและป้องปรามการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงการยกระดับมาตรการตรวจรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้าจากไทยเป็นสินค้าที่ผ่านการแปรสภาพอย่างเพียงพอตามหลักเกณฑ์ที่สหรัฐฯ กำหนด

“การหารือครั้งนี้เป็นไปด้วยบรรยากาศที่สร้างสรรค์และเป็นมิตร ไทยและสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรทางการค้าที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน ไทยเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ และสินค้าจากไทยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคสหรัฐฯ จึงไม่ใช่ภัยคุกคามทางการค้า พร้อมยืนยันความพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การค้าระหว่างสองประเทศดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไป” นางอารดา กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ศุภจี” เผยหารือ USTR แจงไทยเกินดุลเพิ่ม 30% จากบริษัทมะกันลงทุน

Back to top button