
SICT เปิดรายได้ Q1 แตะ 171 ล้านบาท ลุยเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่อง
SICT เปิดรายได้ไตรมาส 1/69 แตะ 171 ล้านบาท รับแรงหนุนทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ 4–5 รายการ เสริมโตระยะยาวและฐานรายได้มั่นคง
บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ผู้ออกแบบและจำหน่ายไมโครชิปอัจฉริยะสัญชาติไทย รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 มีรายได้จำนวน 170.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการฟื้นตัวของรายได้ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รายได้ปรับตัวลดลงร้อยละ 12 ซึ่งเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทที่ประมาณร้อยละ 7 และการปรับกำหนดการรับมอบสินค้าของลูกค้าในช่วงปลายไตรมาส
โดยสินค้าเหล่านั้นมีกำหนดการส่งในช่วงต้นของไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งการปรับเลื่อนการรับมอบสินค้าดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับสภาวะทางการตลาดแต่อย่างใด ทั้งนี้ บริษัทสามารถรักษาประสิทธิภาพการทำกำไร (GPM) ไว้ได้ในระดับสูงที่ 41% และมีกำไรสุทธิจำนวน 24.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 14
สำหรับโครงสร้างรายได้ในไตรมาสนี้ ไมโครชิปกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ (Animal Identification) ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทซึ่งมีรายได้จำนวน 108.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 21 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากการปรับกำหนดการรับมอบสินค้าของลูกค้าบางส่วนตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ไมโครชิปกลุ่ม IoT ในภาคอุตสาหกรรม (Industrial IoT) เติบโตได้ดี โดยมีรายได้จำนวน 43.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่ม Industrial IoT เกิดจากลูกค้าในตลาดเอเชีย เป็นผลจากการปรับ Portfolio เพื่อรองรับกระแส Industry 4.0 ซึ่งจะช่วยสร้างสมดุลของรายได้ (Revenue Diversification) ให้มั่นคงยิ่งขึ้น ไมโครชิปกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (Immobilizer) มีรายได้จำนวน 17.1 ล้านบาท ปรับตัวกลับมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้าในยุโรป และไมโครชิปกลุ่ม NFC และอื่น ๆ มีรายได้จำนวน 1.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 17 เมื่อเทียบกันกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทได้เริ่มรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้เปิดตัวในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ของบริษัทในอนาคต และช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างมั่นคง โดยในปีนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมอีก 4-5 ผลิตภัณฑ์ พร้อมลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (R&D) อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและการออกแบบไมโครชิปเฉพาะทาง ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าการขยายฐานผลิตภัณฑ์ใหม่ควบคู่กับการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว และเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน รองรับการขยายตัวของตลาดและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงติดตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และประสานงานกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการปรับตัวรองรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น ในส่วนของผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ นอกจากผลกระทบที่เกิดการชะลอตัวในบางภาคเศรษฐกิจมหาภาค ยังมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในหลายส่วนที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทได้มีการทำ Strategic Sourcing เพื่อดำเนินการซื้อวัตถุดิบให้เป็นไปตามแผนการที่ได้วางไว้ และมีราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งได้มีการปรับกลยุทธ์ด้านธุรกิจและระดับสินค้าคงคลัง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่มีความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและราคาน้ำมัน
เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา บริษัทได้รับเกียรติจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ในโอกาสที่บริษัทได้รับรางวัล Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2025: Excellence Award in Performance Efficiency จากผลงาน RFID TrustLink: Advanced Identity & Asset Security System ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการระบุตัวตนและรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินขั้นสูงที่พัฒนาบนเทคโนโลยีไมโครชิป RFID ของบริษัท รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการระบุตัวตนและรักษาความปลอดภัยทรัพย์สินที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูง เพื่อสร้างคุณค่าและเสริมความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนให้กับสังคมและภาคอุตสาหกรรมไทย และยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Identity & Asset Security ซึ่งกำลังเติบโตในปัจจุบัน

