MPJ โชว์ฟอร์มปี 68 กำไรแตะ 111 ล้าน รับธุรกิจขนส่ง-ลานตู้โต เคาะปันผล 0.34 บาท

MPJ งบปี 2568 กวาดกำไร 111 ลบ. โต 13.3% รายได้ทะลุ 1 พันลบ. รับอานิสงส์ธุรกิจขนส่ง-ลานตู้พุ่ง เคาะปันผล 0.34 บ./หุ้น ขึ้น XD 28 เม.ย.นี้ พร้อมลุยขยาย 4 ธุรกิจรับ EEC ปี 69


นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเติบโตร้อยละ 13.3 แตะระดับ 111 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการให้บริการรวมอยู่ที่ 1,075.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจ

สำหรับรายละเอียดผลการดำเนินงานในแต่ละกลุ่มธุรกิจ พบว่ามีการเติบโตที่น่าสนใจ ได้แก่ 1. ธุรกิจให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ มีรายได้ 520.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 9.4 เนื่องจากบริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำรายได้ต่อเที่ยวให้สูงขึ้น และขยายการใช้รถ Outsource เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเน้นเส้นทางยุทธศาสตร์แหลมฉบัง-ลาดกระบัง ทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

2.ธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ มีรายได้ 344 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 จากปีก่อน จากปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้าและออกที่สูงขึ้น โดยมีรายได้หลักจากค่าผ่านประตู การยกตู้ และการซ่อมแซมตู้คอนเทนเนอร์ ปัจจุบันบริษัทฯ มีพื้นที่ให้บริการรวมกว่า 100 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้ท่าเรือแหลมฉบังและสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD)

3.ธุรกิจการให้บริการให้เช่าคลังสินค้า มีรายได้ 31.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.6 จากปีก่อน จากการให้เช่าโครงการคลังสินค้าระยอง เฟส 1 เพิ่มขึ้นอีกแห่ง และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ประกอบกับการขยายฐานลูกค้าในส่วนธุรกิจรับบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง และ 4. ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มีรายได้ 180 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.9 จากปีก่อน จากสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสงครามการค้า ซึ่งบริษัทฯ ได้วางแผนรับมือด้วยการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มเอเชียและตะวันออกกลางมากขึ้น พร้อมเตรียมปรับกลยุทธ์แผนการตลาดเพื่อรองรับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนให้กำไรสุทธิปี 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 111 ล้านบาทนั้น เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน ประกอบกับบริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เนื่องจากได้นำเงินที่ได้จากการระดมทุน (IPO) ไปชำระหนี้เงินกู้สถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 10.1 จากปีก่อนที่ร้อยละ 9.3

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 ในอัตรา 0.34 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 68 ล้านบาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 28 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

นายจีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงแผนการขยายการลงทุนในปี 2569 ว่า บริษัทฯ ยังคงเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของปริมาณการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเห็นโอกาสจากการพัฒนาพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่หลักในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทฯ มีแผนเดินหน้าขยายธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม เพื่อรองรับปริมาณความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคต เพื่อเตรียมพร้อมทะยานรับเมกะเทรนด์ด้านโลจิสติกส์บนเขตพื้นที่ EEC ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างยั่งยืนต่อไป

Back to top button