เปิดโผ SET50 “ขึ้นแรง-ลงลึก” รอบ 5 เดือน DELTA นำทีมพุ่งเกิน 100%

สำรวจหุ้น SET50 รอบ 5 เดือนแรกปี 2569 พบหุ้นบวก 34 ตัว และมี 12 ตัววิ่งชนะดัชนี SET นำโดย DELTA พุ่ง 104.05% ตามด้วย CCET, PTTGC, WHA และ GULF รับธีม AI, Data Center, Energy Security และเม็ดเงินลงทุนต่างชาติหนุน ขณะที่ SAWAD-CPF-TU-BTS-HMPRO ยังปรับตัวลดลง


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” สำรวจความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในกลุ่ม SET50 ในรอบ 5 เดือนแรกของปี 2569 โดยเปรียบเทียบราคาปิด ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กับราคาปิด ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 พบว่าหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มปรับตัวขึ้นโดดเด่น สอดคล้องกับภาพรวมตลาดหุ้นไทยที่ฟื้นตัวแรงในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ดัชนี SET Index ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 1,568.37 จุด เพิ่มขึ้น 308.70 จุด หรือ 24.50% จากระดับ 1,259.67 จุด ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 สะท้อนแรงซื้อกลับเข้าสู่หุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวในกลุ่มเทคโนโลยี ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ปิโตรเคมี นิคมอุตสาหกรรม สื่อสาร และธนาคารพาณิชย์

จากการสำรวจพบว่า หุ้น SET50 ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกมีจำนวน 34 หลักทรัพย์ ขณะที่หุ้นที่ปรับตัวลดลงมีจำนวน 16 หลักทรัพย์ โดยมีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากกว่าดัชนี SET Index จำนวน 11 หลักทรัพย์ นำโดยบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ราคาปิด ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 353.00 บาท เพิ่มขึ้น 180.00 บาท หรือ 104.05% จากราคา 173.00 บาท ณ สิ้นปี 2568

อันดับ 2 บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET ราคาปิด ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่  8.80 บาท เพิ่มขึ้น 4.28 บาท หรือ 94.69% จากราคาปิด 4.52 บาท ณ สิ้นปี 2568

อันดับ 3 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ราคาปิด ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 33.50 บาท เพิ่มขึ้น 12.50 บาท หรือ 59.52% จากราคาปิด 21.00 บาท ณ สิ้นปี 2568

อันดับ 4 บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ราคาปิด ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 4.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.62 บาท หรือ 49.39% จากราค 3.28 บาท ณ สิ้นปี 2568 และอันดับ 5 บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ราคาปิด ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 62.00 บาท เพิ่มขึ้น 20.25 บาท หรือ 48.50% จากราคา 41.75 บาท ณ สิ้นปี 2568

ขณะที่หุ้นที่ปรับตัวโดดเด่นรองลงมา ได้แก่ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เพิ่มขึ้น 44.72%, บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เพิ่มขึ้น 38.01%, บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เพิ่มขึ้น 32.65%, ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP เพิ่มขึ้น 29.41%, บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เพิ่มขึ้น 28.47%, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เพิ่มขึ้น 26.61% และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เพิ่มขึ้น 25.22%

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า หุ้นเด่นในกลุ่ม SET50 รอบ 5 เดือนแรกปี 2569 ยังถูกขับเคลื่อนด้วยธีมลงทุนหลัก ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยีและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้แรงหนุนจากกระแส AI และ Data Center กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีที่ได้อานิสงส์จากทิศทางราคาน้ำมันและการฟื้นตัวของค่าการกลั่น รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ หรือ FDI

นอกจากนี้ กลุ่มสื่อสารและธนาคารพาณิชย์ยังเป็นอีกกลุ่มที่ช่วยหนุนภาพรวมตลาด โดย TRUE เพิ่มขึ้น 26.61%, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เพิ่มขึ้น 12.78%, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เพิ่มขึ้น 23.01%, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เพิ่มขึ้น 3.34% และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เพิ่มขึ้น 2.06%

อย่างไรก็ตามยังมีหุ้น SET50 บางส่วนที่ปรับตัวลดลง โดยหุ้นที่ปรับตัวลงมากสุด ได้แก่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ลดลง 14.12%, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ลดลง 12.84%, บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ลดลง 12.50%, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ลดลง 10.53% และบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ลดลง 9.02%

ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นของหุ้น SET50 ในรอบ 5 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนการกลับมาเลือกลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว โดยเฉพาะหุ้นที่เชื่อมโยงกับธีม AI, Data Center, Energy Security, ปิโตรเคมี, นิคมอุตสาหกรรม และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งยังเป็นกลุ่มที่นักลงทุนต้องติดตามต่อในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

Back to top button