MPJ ส่งซิก Q2 โตแกร่ง อัดงบ 1.14 พันลบ. ลุยขยาย 4 ธุรกิจ ดันเป้าปีนี้แตะ 1.26 พันล้านบาท

MPJ คาดผลงานไตรมาส 2/2569 เติบโตมีนัยสำคัญ หลังปรับกลยุทธ์ราคาสอดรับต้นทุนเพิ่ม พร้อมนำระบบ ERP ยกระดับการบริหารจัดการ เดินหน้าลงทุน 1,140 ล้านบาท ขยาย 4 ธุรกิจหลัก ดันรายได้ปีนี้โต 18% แตะ 1,264 ล้านบาท


นายไพรัต ภูฆัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน และนางสาวชลธิชา ประดิษฐกุล ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์แบบครบวงจร และผู้ให้บริการบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ ร่วมนำเสนอข้อมูลภายในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน หรือ Earnings Call โดยตอกย้ำทิศทางการเติบโตของบริษัทในปี 2569 ซึ่งตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 1,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน

บริษัทประเมินว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการเดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้านราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่กับการนำระบบ ERP System ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการทรัพยากรองค์กร เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อยกระดับการควบคุมต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ MPJ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเชิงรุกผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ โครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 2 และโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์ลาดกระบัง พร้อมวางงบลงทุนรวมกว่า 1,140 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และยกระดับการให้บริการด้านโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมมากขึ้น สอดรับกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC

สำหรับธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ที่ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมวางงบลงทุน 380 ล้านบาท สำหรับโครงการลานตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง 3 บนพื้นที่ 28 ไร่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับตู้คอนเทนเนอร์อีก 200,000 TEUs ต่อปี โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในครึ่งหลังของปี 2569 และเริ่มให้บริการได้ในไตรมาส 1/2570

ส่วนธุรกิจการให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 525 ล้านบาท และวางงบลงทุน 70 ล้านบาท เพื่อจัดหารถขนส่งชุดใหม่ในช่วงไตรมาส 2-3/2569 รวมถึงมีแผนนำรถหัวลากไฟฟ้า หรือ EV Truck มาใช้ให้บริการขนส่งสินค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในระยะยาว

ขณะที่ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมุ่งขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มประเทศเอเชีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง พร้อมรุกให้บริการ NVOCC หรือ Non-Vessel Operating Common Carrier เพื่อเป็นตัวกลางบริหารจัดการขนส่งแบบครบวงจร

ด้านธุรกิจการให้บริการให้เช่าคลังสินค้า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 31 ล้านบาท และวางงบลงทุน 690 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนโครงการคลังสินค้าระยอง 2 บนพื้นที่ 18 ไร่ มูลค่า 265 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4/2569 และเปิดให้บริการในไตรมาส 4/2570 ส่วนโครงการคลังสินค้าแหลมฉบัง 2 บนพื้นที่ 25 ไร่ ใช้งบลงทุน 425 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดิน และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4/2571

นอกจากนี้ บริษัทเปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ว่า มีกำไรสุทธิ 23.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.2% จากไตรมาสก่อนหน้า และมีรายได้จากการให้บริการ 279.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อนหน้า แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ 105.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1%, ธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 45.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2%, ธุรกิจการให้บริการขนส่งทางบกต่อเนื่องกับท่าเรือ 121.9 ล้านบาท และธุรกิจการให้บริการให้เช่าคลังสินค้า 7.4 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว และความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

Back to top button