
MALEE ปักธงปี 69 รายได้โต 12% รับยอดขายพุ่งช่วงซัมเมอร์
MALEE เผยงบปี 68 มีกำไร 197.4 ลบ. รับผลกระทบชายแดนกัมพูชา แต่กลุ่ม OEM น้ำมะพร้าวพุ่งแรง 55.1% กางแผนปี 69 ดันรายได้โต 9-12% ชูสินค้า High Margin-นวัตกรรมใหม่ รับอานิสงส์ยอดขายพุ่งช่วงซัมเมอร์
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 (ตุลาคม-ธันวาคม) ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 1,995.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.6 จากไตรมาสก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ตามที่ประกาศ 23.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 จากไตรมาสก่อน
โดยปัจจัยกดดันมาจากสถานการณ์ชายแดนกัมพูชาที่กระทบต่อระบบโลจิสติกส์ ส่งผลให้ยอดขายธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นมและผลไม้กระป๋องลดลง รวมทั้งธุรกิจรับจ้างผลิต (CMG) ในต่างประเทศเกิดการชะลอตัว อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว สามารถสร้างรายได้ชดเชยได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยอัตราการเติบโตถึงร้อยละ 55.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน จากดีมานด์ในตลาดต่างประเทศที่ขยายตัว ทำให้กลุ่มลูกค้าเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นมและกาแฟกระป๋องพร้อมดื่ม ขณะที่ธุรกิจตราสินค้า (Brand Business) ในประเทศยังคงมียอดขายเติบโตได้ดี
สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 7,848.3 ล้านบาท ชะลอตัวร้อยละ 7.2 เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ตามที่ประกาศ 197.4 ล้านบาท ชะลอตัวร้อยละ 35.9 จากปีก่อน เนื่องจากการลดลงของกำไรขั้นต้นตามยอดขายที่ชะลอตัวในกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับการตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพในกลุ่มผลิตภัณฑ์นม น้ำผลไม้ และอื่นๆ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว (One-off) ที่ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นตามที่ปรับปรุง (Core Profit) อยู่ที่ 325.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วในระดับร้อยละ 4.2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 จากปีก่อน
นายเอกรินทร์ กล่าวต่อว่า จากการปรับกลยุทธ์อย่างเข้มข้นตลอดปี 2568 บริษัทฯ ได้มุ่งขยายพอร์ตโฟลิโอให้หลากหลาย โดยเน้นกลุ่มสินค้าที่มีกำไรสูง (High Margin Products) ทั้งน้ำผลไม้ น้ำมะพร้าว นม และผลไม้กระป๋อง ทำให้มีรายได้ส่วนอื่นที่รักษาโมเมนตัมได้ดี โดยเฉพาะความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่ขยายตัว ทั้งจากกลุ่ม OEM ในตลาดต่างประเทศและแบรนด์ Malee COCO หนุนให้กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวพร้อมดื่มเติบโตร้อยละ 18 และก้าวขึ้นมามีสัดส่วนรายได้มากกว่าร้อยละ 25 ของรายได้จากการดำเนินงาน ซึ่งเป็นอันดับสองรองจากผลิตภัณฑ์นม ตลอดจนการเติบโตของกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มและคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นม
ทั้งนี้ แบรนด์ Malee น้ำผลไม้ระดับพรีเมียม ยังคงครองแชมป์ผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งสูงสุดร้อยละ 24 (ช่วง ม.ค.-ธ.ค. 2568) ของตลาดพรีเมียมที่มีมูลค่า 4,061 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36 จากตลาดน้ำผักและผลไม้พร้อมดื่มในประเทศที่มีมูลค่ารวม 11,158 ล้านบาท นอกจากนี้ หน่วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม (MALEE Applied Science) ยังมีรายได้จากกลุ่มสินค้านวัตกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สารสกัดสำคัญที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและโอกาสเติบโตสูงในอนาคต
“ในปีที่ผ่านมาเราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆ ทั้งความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง และสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ซึ่งเราได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน มุ่งเน้นการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ขับเคลื่อนนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างความหลากหลายนอกเหนือจากกลุ่มน้ำผลไม้ พร้อมยกระดับสู่ฐานการเติบโตใหม่ที่แข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้นในปี 2569” นายเอกรินทร์ กล่าว
สำหรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ได้ปักหมุดหมายสู่การเป็น “Global Wellbeing Company” ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘Beyond Fruit to Global Wellbeing’ โดยเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPD) 2-3 รายการต่อปี ซึ่งจะเป็นสินค้ากลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากน้ำผลไม้ พัฒนาโดย MALEE Applied Science ส่วนแผนการขยายตลาดต่างประเทศ จะมุ่งเน้น 5 ตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, ตะวันออกกลาง และเวียดนาม พร้อมนำสินค้าที่ได้รับความนิยมในบางประเทศไปจำหน่ายข้ามพรมแดน ตลอดจนหาตลาดใหม่เพิ่มเติมเพื่อลดผลกระทบและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้วางแผนบริหารด้านซัพพลายเชนและกลยุทธ์โลจิสติกส์ โดยนำเครื่องมือทางเทคโนโลยี (IT Tools) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability & Transparency) เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตให้ยืดหยุ่นรองรับความต้องการในภูมิภาคต่างๆ พร้อมควบคุมคุณภาพวัตถุดิบพรีเมียมตลอดห่วงโซ่ โดยวางเป้าหมายผลการดำเนินงานปี 2569 เติบโตร้อยละ 9-12 และในช่วงปี 2570-2571 บริษัทฯ มุ่งมั่นผลักดันแบรนด์ MALEE ให้เติบโตสู่การเป็น Regional Brand อย่างเต็มตัว พร้อมยกระดับการเป็นพันธมิตรในกลุ่ม OEM ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ขณะที่ภาพรวมตลาดในปี 2569 คาดการณ์ว่ากลุ่มเครื่องดื่มน้ำผัก ผลไม้ และน้ำมะพร้าว จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากเทรนด์ Health & Wellness และความต้องการผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในรูปแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (Ready-to-Drink) ที่ตอบโจทย์กลุ่มวัยทำงานและคนรักการออกกำลังกาย นอกจากนี้ การก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยเร่งอัตราการเติบโตและสร้างความคึกคักให้กับตลาดน้ำมะพร้าวและน้ำผลไม้ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2569

