
สุชาติ รับมือวิกฤตโลกเดือด! ดัน พ.ร.บ.สภาพภูมิอากาศ ในวันสิ่งแวดล้อม มุ่ง Net Zero
ทส. จัดใหญ่ "วันสิ่งแวดล้อมโลก 2569" ปลุกกระแสคนไทยรับมือวิกฤต "โลกเดือด" ด้าน รมว.สุชาติ ชมกลิ่น ขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี เดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมเผยความคืบหน้า ร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งถึงมือกฤษฎีกาเร่งตรวจรายมาตราแล้ว
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “Global Call for Climate Action : Inspired by Nature. For Climate. For Our Future.” (ร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน ร่วมสร้างประเทศไทยสู้โลกเดือด) โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทส. เป็นประธานเปิดงาน ประกาศความพร้อมประเทศไทยในการสู้ศึกวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
นายสุชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญสูงสุดกับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีนโยบายครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันภัยพิบัติ และการอนุรักษ์ฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อนำประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero (ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) ภายในปี ค.ศ. 2050 โดยปัจจุบัน ทส. ได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณากฎหมายรายมาตรา เพื่อให้มีกฎหมายบังคับใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม
นายสุชาติ ยังกล่าวต่อว่า ข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และ UNEP ยืนยันว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่ภาวะ “โลกเดือด” (Global Boiling) แล้ว ซึ่งประเทศไทยเริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และอุทกภัย
“วิกฤตนี้ไม่ใช่เรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความท้าทายร่วมกันของคนทั้งประเทศ งานวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ชวนทุกภาคส่วนมาร่วมปรับ ร่วมเปลี่ยน และร่วมสร้างประเทศไทย เพื่อส่งต่อสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป” — นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าว
ด้าน ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ย้ำว่า ภาคเอกชนมีบทบาทสำคัญมากในการปรับตัวสู่ เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ขณะที่ภาคประชาชนก็สามารถช่วยได้ผ่านการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก Ms. Dechen Tsering ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (UNEP) มาร่วมกล่าวสุนทรพจน์ พร้อมทั้งมีการจัดเสวนาและนิทรรศการนวัตกรรมสีเขียว โดยมีผู้บริหารระดับสูง เครือข่ายเยาวชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนพลังความร่วมมือเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของไทย

