CRC โกยรายได้ปี 68 ทะลัก 2.53 แสนล้าน เคาะปันผล 1.11 บาท XD 21 เม.ย.นี้

CRC โชว์งบปี 68 รายได้รวม 253,165 ล้านบาท โต 4% แจกปันผล 1.11 บาทต่อหุ้น เดินหน้าปรับพอร์ตโฟลิโอ เน้นไทย-เวียดนาม ขยายสาขา-สมาชิก The 1 พร้อมลุยเป้า Net Zero ปี 93


นายปเนต มหรรฆานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทฯ ยังคงทำกำไรได้ต่อเนื่อง แม้ภาคค้าปลีกและค้าส่งเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว โดยสามารถรับมือความผันผวนได้จากความแข็งแกร่งของระบบนิเวศของบริษัท ภายใต้กลยุทธ์ New Heights, Next Growth ที่ดำเนินธุรกิจแบบหลากหลายหมวดหมู่และหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมแฟชั่น อาหาร สินค้ากลุ่มฮาร์ดไลน์ และอสังหาริมทรัพย์ ผสานแพลตฟอร์มออมนิแชแนล ควบคู่การควบคุมต้นทุน บริหารโครงสร้างเงินทุน และกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สภาพคล่องมั่นคงและอัตราส่วนทางการเงินปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ รายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานต่อเนื่องโดยไม่รวมประเทศอิตาลี โดยปี 2568 มีรายได้รวม 253,165 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อน และไตรมาส 4/2568 มีรายได้ 71,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ขณะที่กำไรสุทธิหลังรายการปรับปรุงปี 2568 อยู่ที่ 7,432 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 และไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 2,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17

ด้านการจ่ายเงินปันผล คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเห็นชอบให้นำเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 1.11 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นเงินปันผลจากผลประกอบการประจำปี 0.53 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นการจัดสรรจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ โดยไม่นับรวมผลขาดทุนจากการด้อยค่าการลงทุนซึ่งเป็นรายการตั้งด้อยค่าที่ไม่ใช่เงินสดครั้งเดียว และเงินปันผลพิเศษจากการขายห้างสรรพสินค้า รีนาเชนเต อัตรา 0.58 บาทต่อหุ้น (จ่ายครั้งที่ 2) โดยหากรวมเงินปันผลพิเศษจากการขายห้างสรรพสินค้า รีนาเชนเต ครั้งที่ 1 ที่จ่ายเมื่อปี 2568 จำนวน 0.70 บาทต่อหุ้น จะทำให้บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลรวม 1.81 บาทต่อหุ้น

นายปเนต ระบุว่า ไฮไลต์สำคัญปี 2568 คือการปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นขยายธุรกิจในตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวและต่อยอดศักยภาพระหว่างธุรกิจในเครือ พร้อมยกระดับและขยายเครือข่ายสาขาเชิงกลยุทธ์ อาทิ การปรับโฉมห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล บางรัก การเปิดสาขาใหม่ของท็อปส์รวม 9 แห่ง และยกระดับอีก 3 สาขาเป็นท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ การเปิดสาขาใหม่ของโก โฮลเซลล์ 4 แห่ง และการขยายสาขาไทวัสดุเพิ่ม 3 สาขา

สำหรับประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ขยายสาขาศูนย์การค้าและไฮเปอร์มาร์เก็ต โก รวม 2 แห่ง และปรับปรุงสาขาหลักอีก 2 แห่ง พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์การค้าครอบครัวอันดับหนึ่งในประเทศเวียดนาม

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เร่งขับเคลื่อนการเติบโตผ่านโมเดลธุรกิจใหม่เพื่อครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม อาทิ การขยายสาขาออโต้วันเพิ่ม 13 สาขาในประเทศไทย การรุกโมเดลท็อปส์ เดลี่ ไฮบริด ที่ผสานท็อปส์ ไวน์ เซลลาร์ ลุคส์ และเดอะ เบเกอร์ ส่งผลให้ยอดขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นราว 2 เท่า เพาเวอร์บายเปิดตัวร้านคอนเซปต์ใหม่ “เทค รีเทล เอ็กซ์พีเรียนซ์” นำเสนอโซลูชันเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์อัจฉริยะแบบครบวงจร และโรบินสันไลฟ์สไตล์เปิดตัวโมเดลใหม่ เช่น ไนท์ มาร์เก็ต และโซนกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อดึงทราฟฟิกและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในชุมชน

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือการขยายระบบนิเวศสมาชิกบนแพลตฟอร์ม เดอะวัน ลอยัลตี้ แพลตฟอร์ม โดยในประเทศไทยมีสมาชิกมากกว่า 23 ล้านคน และได้ต่อยอดสู่ประเทศเวียดนามผ่านการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้ยอดสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 ล้านรายภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)

ด้านความยั่งยืน บริษัทฯ ยึดมั่นเจตนารมณ์ “ค้าปลีกและค้าส่งเพื่อทุกคน” ภายใต้ปรัชญา การดูแลของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล ทั้ง 7 มิติ มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ผ่านความสำเร็จด้านการระดมทุนสีเขียว ทั้งการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นรายแรกของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งไทย และการจัดหาเงินทุนผ่านสินเชื่อสีเขียว ควบคู่การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้

จากความสำเร็จดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับรางวัลรวมกว่า 130 รางวัล จาก 59 เวทีทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การติดทำเนียบ ฟอร์จูน เซาท์อีสต์ เอเชีย 500 ลิสต์ รางวัล 50 บริษัทจดทะเบียนชั้นนำอาเซียน รางวัลด้านความยั่งยืนจากงานประกาศรางวัลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปี 2568 และการได้รับการประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในระดับ เอเอเอ รวมถึงบริษัท เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ที่ครองอันดับ 1 “10 บริษัทค้าปลีกที่น่าเชื่อถือ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

นายปเนต กล่าวทิ้งท้ายว่า ปี 2568 เป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของระบบนิเวศของบริษัทที่สามารถก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างมั่นคง และในปี 2569 บริษัทฯ พร้อมเร่งเครื่องกลยุทธ์ New Heights, Next Growth เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน รักษาเสถียรภาพทางการเงิน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วน

Back to top button