SFLEX จับมือไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ เปิดฐานผลิต “สตาร์ยูเนี่ยนฯ” เป้ารายได้ปีนี้ 140 ล้าน

SFLEX ผนึก “ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์” จัดพิธีฤกษ์เปิด “โรงงานสตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง” 2 มี.ค. 2569 ชูจุดเด่นผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนสมรรถนะสูง มาตรฐานสากล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับอุตสาหกรรมอาหารเติบโต ตั้งต้นกำลังผลิต 200 ล้านซองต่อปี ขยายแตะ 800 ล้านซองใน 5 ปี เป้ารายได้ปีแรก 140 ล้านบาท และ 1,000 ล้านบาทในปีที่ 5


ดร.สมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX เปิดเผยว่า การจัดตั้งบริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด เกิดจากความร่วมทุนระหว่าง SFLEX และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ในสัดส่วน 51:49 โดยมีทุนจดทะเบียนรวม 250 ล้านบาท ทั้งสองฝ่ายร่วมลงทุนฝ่ายละ 125 ล้านบาท

ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว SFLEX จะมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการ วางระบบการผลิต ควบคุมคุณภาพ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล รองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

โรงงานสตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์รองรับสินค้าได้หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่บรรจุภัณฑ์อาหารที่เก็บในอุณหภูมิห้อง อาหารแช่เย็น และอาหารแช่แข็ง ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภค สะท้อนศักยภาพในการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น โดยได้นำเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพ ลดการสูญเสีย และลดการใช้พลังงาน อีกทั้งรองรับการผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (Sustainable Packaging) สอดคล้องแนวทางธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

บริษัท Star Union เกิดจากความร่วมมือโดยตรงระหว่าง Sahafreight ในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ และ Thai Union Group ในฐานะผู้ใช้บรรจุภัณฑ์ โดยเป็นความร่วมมือเชิงเสริมศักยภาพ (complementary) ที่แต่ละฝ่ายนำความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาผสานกัน Sahafreight รับผิดชอบการพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ ขณะที่ Thai Union Group กำหนดความต้องการให้สอดคล้องกับลักษณะสินค้าและตลาดปลายทาง ความร่วมมือดังกล่าวไม่จำกัดเฉพาะการผลิตเพื่อป้อนภายในกลุ่ม แต่ยังมุ่งพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อรองรับธุรกิจในระดับสากล

ด้วยสถานะของ Thai Union Group ในฐานะบริษัทข้ามชาติที่กระจายสินค้าไปทั่วโลก บรรจุภัณฑ์จึงต้องมีคุณภาพสูง รองรับการขนส่งระยะไกลข้ามประเทศและข้ามทวีป พร้อมตอบโจทย์ด้านรูปลักษณ์และภาพลักษณ์สินค้า ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

ด้าน นายปิยะเทพ สีตะจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า โรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จังหวัดสมุทรสาคร บนพื้นที่รวมประมาณ 15 ไร่ครึ่ง โดยใช้พื้นที่ดำเนินงานปัจจุบัน 7 ไร่ เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 3 ปี 2568 โรงงานได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP / HACCP / ISO 9001 / BRCGS Packaging Issue 7 และ TU Social (Internal Audit) สะท้อนศักยภาพการดำเนินงานตามมาตรฐานสากลควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

พื้นที่ผลิตแบ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นละ 2,660 ตารางเมตร ปัจจุบันชั้นล่างใช้เต็มพื้นที่ ส่วนชั้นบนใช้ประมาณหนึ่งในสาม พร้อมพื้นที่สำนักงานและพื้นที่สำรองรองรับการขยายงานในอนาคต

บริษัทตั้งเป้ายกระดับการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารของไทยสู่มาตรฐานโลก รองรับทั้งความต้องการภายในและภายนอกเครือ พร้อมมุ่งพัฒนา R&D ด้านบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารไทยในตลาดสากลอย่างต่อเนื่อง

ในระยะเริ่มต้น บริษัทมุ่งเน้นลูกค้าในกลุ่ม Thai Union เป็นหลัก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภท Flexible Packaging พร้อมต่อยอดฐานลูกค้าเดิมในเครือ อาทิ Thai Graphic Co., Ltd. และบริษัท Asian Pacific C รวมถึงเตรียมจัดตั้งทีมขายและการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ ปัจจุบันเริ่มมีการเจรจากับลูกค้ารายใหม่แล้ว ขณะที่รายได้เริ่มรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตได้มากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปีนี้

ด้านแผนการดำเนินงานในปี 2569 โรงงานมีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 200 ล้านหน่วยต่อปี และวางเป้าหมายขยายกำลังการผลิตเป็น 400 ล้านหน่วยภายในระยะเวลา 3 ปี และเพิ่มเป็น 800 ล้านหน่วยภายใน 5 ปี ตามลำดับ

สำหรับปีแรกของการดำเนินงาน บริษัทตั้งเป้าผลิตจำนวน 120 ล้านหน่วย คิดเป็นประมาณร้อยละ 60 ของกำลังการผลิตรวม โดยกำหนดราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่ 1.20 บาทต่อซอง คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 140 ล้านบาทในปี 2569 ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 400 ล้านบาทภายในช่วง 3 ปีแรก และเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทภายในปีที่ 5 ตามลำดับ

Back to top button