
“โกลเบล็ก” ชี้ทองคำจ่อทะลุ 5,500 ดอลลาร์ เหตุสงคราม “อิสราเอล-อิหร่าน”
“บล.โกลเบล็ก” ชี้ศึกอิสราเอล-อิหร่านเดือด ปิดช่องแคบฮอร์มุซดันน้ำมันพุ่ง 10% หนุนทองคำพุ่งแรง แนะนักลงทุนรอจังหวะย่อตัวทยอยเก็บเข้าพอร์ต ประเมินกรอบเป้าหมาย 5,250-5,500 ดอลลาร์/ออนซ์ หากยืดเยื้อมีสิทธิไปต่อ
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ประเมินว่า จากเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศอิสราเอลและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอย่างดุเดือดในช่วงเช้ามืดของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มเป้าหมายทางทหารในกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญของอิหร่าน ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วเมืองหลวง จนกระทั่งรัฐบาลอิหร่านต้องมีคำสั่งปิดน่านฟ้าและระงับเที่ยวบินพาณิชย์ทั้งหมดในทันที
สำหรับการตอบโต้ของทางการอิหร่านได้ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ภายหลังจากสูญเสียผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศดังกล่าว ทำให้อิหร่านตัดสินใจยิงขีปนาวุธเข้าถล่มเมืองสำคัญในประเทศอิสราเอลรวมถึงฐานทัพของสหรัฐอเมริกา พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่น้ำมันดิบกว่าร้อยละ 20 ของโลกต้องขนส่งผ่าน ถือเป็นการใช้ “อาวุธทางเศรษฐกิจ” ที่สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อตลาดโลก
จากผลกระทบของการโจมตีในครั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวทะยานขึ้นเกือบร้อยละ 10 ภายในวันเดียว ขณะที่ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk)
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ให้คำแนะนำและกลยุทธ์สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ หรือสำหรับกลุ่มนักลงทุนที่มีสถานะอยู่แล้ว สามารถใช้กลยุทธ์ปล่อยให้กำไรทำงาน (Let profit run) และรอจังหวะที่ราคาปรับฐานหรือย่อตัวลงเพื่อทยอยสะสมเข้าพอร์ต โดยประเมินกรอบราคาทองคำไว้ที่ระดับ 5,250 – 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมองว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อและขยายวงกว้างออกไป

