คัด 11 หุ้นเด่นรับมือ SET ผันผวน-แนะเลี่ยง 3 กลุ่มกระทบสงคราม “ตะวันออกกลาง”

“บล.อินโนเวสท์ เอกซ์” ประเมิน SET ระยะสั้นเสี่ยงลงจากปมตะวันออกกลาง แนะปรับพอร์ต Hedging เก็งกำไรหุ้นพลังงาน-เดินเรือ-ทองคำ-อาวุธ เลี่ยงกลุ่มต้นทุนอิงน้ำมัน เตือนหากบานปลายเตรียมถือเงินสดและลดพอร์ตลงทุน


บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET) ในช่วงสั้นว่ามีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากการเกิดภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk off) หลังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ สำหรับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้และมีความต้องการเก็งกำไร ทางฝ่ายวิจัยมีกลยุทธ์การลงทุนโดยแนะนำให้ “ปรับพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และเก็งกำไรในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว”

โดยแนะนำการลงทุนใน 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.หุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ได้แก่ PTTEP, PTT และ BCP เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) พอร์ตลงทุนตามราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นและทรงตัวอยู่ในระดับสูง 2.หุ้นกลุ่มเดินเรือ ได้แก่ PSL, TTA, RCL และ PRM ซึ่งจะได้รับบรรยากาศ (Sentiment) เชิงบวกจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากหากเส้นทางเดินเรือมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมแหลมกู๊ดโฮปเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ตะวันออกกลาง จะส่งผลให้ระยะเวลาการเดินเรือนานขึ้นและทำให้อุปทานเรือเกิดความขาดแคลน 3.การตั้งรับหุ้นกลุ่มปลอดภัย (Defensive) ที่มีอำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) สูง และมีรายได้อิงกับตลาดในประเทศเป็นหลัก โดยแนะนำให้ทยอยสะสมหากราคาปรับตัวลงแรงเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ ADVANC, TRUE, BEM และ CHG

4.หุ้นต่างประเทศที่ได้รับผลบวก ได้แก่ หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense) อาทิ RTX.US, LHX.US และ LMT.US ส่วนกองทุนแนะนำ DAOL-DEFENSE และกองทุน ETF ที่เทียบเคียงอย่าง Global X Defense Tech ETF (SHLD) และ 5. กองทุนทองคำ ได้แก่ K-GOLD-A(A) และกองทุน ETF ทองคำ อย่าง SPDR Gold MiniShares Trust (GLDM)

ขณะเดียวกัน แนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุนหรือหลีกเลี่ยงใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.กลุ่มที่ต้นทุนจะปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน อาทิ ปิโตรเคมี, สายการบิน, ยานยนต์, โรงไฟฟ้า SPP และอิเล็กทรอนิกส์ 2.กลุ่มที่พึ่งพาฐานลูกค้าตะวันออกกลาง อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว และโรงพยาบาลระดับบน และ 3. กลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศสูงจากการอ่อนค่าของเงินบาท อาทิ กลุ่มสายการบิน

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายวิจัยแนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหากสงครามมีท่าทียืดเยื้อและบานปลาย นักลงทุนต้องเตรียมลดพอร์ตเพื่อถือเงินสดเพิ่มขึ้น (Cash is King) ซึ่งประเมินว่าดัชนี SET มีโอกาสปรับลง -5% ถึง -10% โดยอิงจากสถิติในอดีตเมื่อสถานการณ์ยืดเยื้อและลุกลาม ในทางกลับกัน หากสถานการณ์เริ่มดูคลี่คลาย จะต้องระมัดระวังแรงขายเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ (Sell on Fact) ในหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำและกลุ่มเดินเรือที่ปรับตัวขึ้นมาตอบรับประเด็นดังกล่าวก่อนหน้านี้ ดังนั้น การเข้าเก็งกำไรในระยะสั้นจึงต้องมีวินัยอย่างสูง และควรตั้งจุดตัดขาดทุน (Trailing Stop) หรือจุดล็อกกำไรไว้เสมอ

Back to top button