SGP ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 10% แตะ 3.5 ล้านตัน รับอานิสงส์ LPG โลกฟื้นตัว

SGP กางแผนปี 69 ตั้งเป้ายอดขาย 3.51 ล้านตัน โต 10.5% รับอานิสงส์ก๊าซ LPG โลกฟื้นตัว มั่นใจ Q1/69 งบโตฉลุย พร้อมกระจายแหล่งซื้อก๊าซลดเสี่ยงตะวันออกกลาง เตรียมแจกปันผล 0.10 บ. พ.ค. นี้


นายศุภชัย วีรบวรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยระบุว่าภาพรวมธุรกิจได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาสที่ 3 และเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2568 แม้ว่าตลอดทั้งปีบริษัทฯ จะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกที่ปรับตัวอ่อนลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ ต้องทยอยรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกสินค้าคงเหลือ (Stock loss) ที่ข้ามเดือนมาโดยตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว ทำให้ภาพรวมในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 74,335 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 12.1 จากปีก่อนหน้า

ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 3,143 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 24.2 และมีกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของของบริษัทใหญ่) ทั้งปีอยู่ที่ 8.5 ล้านบาท โดยธุรกิจในต่างประเทศซึ่งถือเป็นสัดส่วนรายได้หลักยังคงได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซเฉลี่ยในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจภายในประเทศยังคงมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยมียอดจำหน่ายก๊าซ LPG รวมในประเทศไทยสูงถึง 869,494 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.3 ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าภาพรวมของตลาดรวม และยังสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ได้มากกว่าร้อยละ 22 สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเครือข่ายการจัดจำหน่ายและฐานลูกค้าที่มั่นคง

ทั้งนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญได้เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4/2568 เมื่อบริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ถึง 667 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสต๊อกสินค้าและการควบคุมต้นทุนที่ทำได้ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการเริ่มฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ ปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มเชิงบวกที่ต่อเนื่องเข้าสู่ปี 2569 ยังมาจากทิศทางราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลกที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2568 โดยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 3 เดือน สะท้อนถึงสัญญาณอุปสงค์ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งคาดการณ์ว่าจะส่งผลเชิงบวกต่ออัตรากำไรและผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วงไตรมาสที่ 1/2569

โดยบริษัทฯ มีความมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1/2569 จะสามารถสะท้อนภาพการฟื้นตัวได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายรวมในปี 2569 ไว้ที่ระดับ 3.51 ล้านตัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 จากปีก่อนหน้า โดยในปีนี้บริษัทฯ ยังไม่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่เป็นพิเศษ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพของคลังเก็บสินค้าและระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และได้มีการบริหารความเสี่ยงด้านการจัดหาก๊าซอย่างรอบคอบ ด้วยการกระจายแหล่งจัดหาก๊าซ LPG จากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก โดยไม่ได้พึ่งพาเพียงแหล่งจัดหาจากตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาเสถียรภาพด้านซัพพลาย และสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านฐานะทางการเงิน บริษัทฯ สามารถปรับลดหนี้สินรวมลงได้มากกว่าร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปรับตัวลดลงมาเหลือ 1.40 เท่า พร้อมทั้งยังสามารถคงอันดับเครดิตองค์กร (Credit Rating) ไว้ที่ระดับ BBB ด้วยแนวโน้ม Stable ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินที่มีความมั่นคง

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเตรียมเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท โดยกำหนดให้ขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 11 มีนาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการบริหารงานของบริษัทฯ ที่มุ่งมั่นสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการมอบผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

Back to top button