
SC รีแบรนด์ใหญ่รอบ 20 ปี ชู 3 ธุรกิจหลักดันรายได้ 2.55 หมื่นล้าน
SC กางแผนปี 69 รีแบรนด์ใหญ่รอบ 20 ปี ทรานส์ฟอร์มสู่ 3 กลุ่มธุรกิจ อสังหาฯ-รายได้ประจำ-ธุรกิจใหม่ ตั้งเป้ารายได้ 2.55 หมื่นล้าน โต 21% อัดงบ 8 พันล้าน หวังดันกำไรนิวไฮภายในปี 73
นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบาง ส่งผลให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับตัวล่วงหน้าในหลายมิติ ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร การจัดระเบียบทางการเงิน การเพิ่มพันธมิตรร่วมลงทุน ตลอดจนการริเริ่มในธุรกิจใหม่ๆ ตามยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยง โดยมุ่งเน้นทยอยปรับโครงสร้างธุรกิจสู่พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุม 3 กลุ่มเครื่องยนต์ธุรกิจ (Engine) ได้แก่ Engine 1 อสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย, Engine 2 อสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ และ Engine 3 ธุรกิจใหม่เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจกลุ่ม Engine 2 และ Engine 3 ให้มีสัดส่วนมากกว่า 30% เพื่อเป็นปัจจัยผลักดันให้กำไรในภาพรวมของ SC สามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) ได้อีกครั้งภายในปี 2573 ควบคู่ไปกับการผลักดันให้ทุกธุรกิจสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนและโลก
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทได้ตัดสินใจรีแบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการปรับเปลี่ยนโลโก้และภาพลักษณ์เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่มุ่งเป็น “มากกว่าที่อยู่อาศัย” และสะท้อนถึงการมีพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นหลากหลาย ซึ่งจะช่วยยกระดับการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มผู้คนได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้า พนักงาน คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ทั้งนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปี 2569 ไว้ที่ 25,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 21% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมเตรียมงบลงทุนสำหรับปีนี้ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนทุกเครื่องยนต์ธุรกิจ ขณะเดียวกันยังคงรักษาวินัยทางการเงิน โดยตั้งเป้าควบคุมอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวม (IBD/E) ให้ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.2 เท่า
แผนขับเคลื่อน 3 กลุ่มเครื่องยนต์ธุรกิจ (Engine) ในปี 2569 ประกอบด้วย:
Engine 1 อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย: ตั้งเป้าหมายยอดขายที่ระดับ 27,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2568 ประมาณ 33% และตั้งเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 23,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) สะสมกว่า 18,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 ประมาณ 40%
กลุ่มแนวราบ: เตรียมนำร่องพลิกโฉมบ้านเดี่ยว 8 ซีรีส์ใหม่ ผ่าน 17 โครงการ ภายใต้คอนเซ็ปต์บ้านที่เข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง
กลุ่มคอนโดมิเนียม: เตรียมเปิดตัวโครงการ Branded Residence ระดับอัลตร้า ลักชัวรี (Ultra Luxury) แบรนด์ใหม่ และโครงการริมแม่น้ำ มูลค่ารวม 2 โครงการ กว่า 25,500 ล้านบาท
โมเดลธุรกิจใหม่: เปิดตัว “GenSCription” (Living Subscription Program by SC) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ตอบรับเทรนด์คนรุ่นใหม่ในรูปแบบ “เช่าแทนซื้อ” เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต
Engine 2 อสังหาฯ รายได้ประจำ: ดำเนินงานครอบคลุมธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงาน และอพาร์ตเมนต์ให้เช่าในสหรัฐอเมริกา โดยตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตราว 70% แตะระดับ 2,000 ล้านบาท
ธุรกิจ Hospitality: ขยายห้องพักเพิ่มอีก 450 ห้อง ในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลอย่างพัทยาและภูเก็ต
ธุรกิจคลังสินค้า: พัฒนาพื้นที่โซนบางนา-EEC เพิ่มอีก 170,000 ตารางเมตร
ธุรกิจพลังงาน: เดินหน้าลงทุนในธุรกิจใหม่ด้านพลังงานทางเลือกรองรับการเติบโตของ Data Center ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท SCX 360
Engine 3 ธุรกิจใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีขึ้น: ครอบคลุมธุรกิจบริการหลังการขาย ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และธุรกิจสุขภาพ โดยตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้ที่ 400 ล้านบาท เติบโตจากปี 2568 ประมาณ 60%
เตรียมขยายธุรกิจบริการหลังการขายจาก 150 โครงการ เพิ่มเป็น 260 โครงการ
เตรียมเปิดตัว LINTON ซึ่งเป็นบริการคอนเซียร์จ (Concierge) ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลกลุ่มลูกบ้านระดับอัลตร้า ลักชัวรีโดยเฉพาะ พร้อมทั้งเตรียมงบลงทุนระยะ 3 ปี มูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจกลุ่มนี้
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยดำเนินงานตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนระดับสากล FTSE Russell พร้อมเดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายระยะ 5 ปี ที่จะลดให้ได้ 100,000 ตันคาร์บอน (ตั้งแต่ปี 2568-2573) รวมถึงการเปิดตัว SC Green Mark ซึ่งเป็นมาตรฐานการพัฒนาอาคารเขียวที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย โดยจะนำมาตรฐานดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับทุก Engine และทุกโครงการของบริษัทต่อไป
นายณัฐพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “แบรนด์ก็เหมือนสิ่งมีชีวิต อยู่รอดได้ด้วยวิวัฒนาการ แบรนด์ที่ไม่ปรับตัวจะสูญพันธุ์ในที่สุด SC จึงมีการปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ การรีแบรนด์และรีฟอร์มองค์กร คือ ส่วนหนึ่งของการวิวัฒนาการพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น จะทำให้ SC ไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตได้ยั่งยืนในธุรกิจอสังหาฯ ที่มีความผันผวนและท้าทายอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสร้างคุณค่าสู่ผู้คนในวงกว้างได้มากขึ้น”

