
BlackRock ร่วง 7.8% หลังจำกัดถอนกองทุน HLEND มูลค่า 2.6 หมื่นล้านเหรียญ
ตลาดกังวลหลัง BlackRock จำกัดการถอนเงินจากกองทุน HLEND มูลค่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังคำขอไถ่ถอนพุ่ง 1.2 พันล้านดอลลาร์ เกินเพดาน 5% ต่อไตรมาส กดหุ้นร่วง 7.8%
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี ตลาดทุนเกิดความปั่นป่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจาก BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศจำกัดการถอนเงินจากกองทุน HPS Corporate Lending Fund (HLEND) ซึ่งเป็นกองทุนหลักของบริษัท ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงมากถึง 7.8% ในวันดังกล่าว และทำให้ตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้นปรับตัวลดลงรวมประมาณ 12% จากระดับเปิดปีที่ 1,085 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือนมกราคม ท่ามกลางความวิตกกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการผิดนัดชำระหนี้หรือสะท้อนถึงปัญหาการล้มละลายของบริษัท แต่เป็นผลจากกลไกการจำกัดการถอนเงินที่กำหนดไว้ตามเงื่อนไขของกองทุน
รายงานระบุว่า HLEND เป็นกองทุนประเภท Business Development Company (BDC) มูลค่าประมาณ 26,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อในตลาดสินเชื่อเอกชนให้แก่บริษัทเอกชนขนาดกลางที่มีศักยภาพเติบโตและมีกระแสเงินสดมั่นคง
ในไตรมาสแรก นักลงทุนยื่นคำขอถอนเงินรวมประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นราว 9.3% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของกองทุนกำหนดเพดานการถอนเงินไว้ที่ 5% ต่อไตรมาส ส่งผลให้กองทุนสามารถจ่ายเงินคืนได้เพียงประมาณ 620 ล้านดอลลาร์ ขณะที่คำขอถอนเงินส่วนที่เหลือถูกเลื่อนออกไปตามกลไกของกองทุน
การกำหนดเพดานการถอนเงินดังกล่าวเป็นมาตรการที่ใช้กันทั่วไปในกองทุนสินเชื่อเอกชน เนื่องจากสินทรัพย์ที่กองทุนถือครองเป็นสินเชื่อที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งไม่สามารถขายออกได้อย่างรวดเร็วเหมือนตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาดสาธารณะ หากกองทุนต้องเร่งขายสินทรัพย์เพื่อรองรับการถอนเงินจำนวนมาก อาจทำให้ต้องขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อผู้ลงทุนที่ยังถือหน่วยลงทุนอยู่
ทั้งนี้ แรงกดดันจากการถอนเงินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ BlackRock เท่านั้น โดย Blackstone ซึ่งบริหารกองทุนสินเชื่อเอกชนมูลค่า 82,000 ล้านดอลลาร์ ได้ปรับเพิ่มเพดานการซื้อหุ้นคืนจาก 5% เป็น 7% ชั่วคราว พร้อมทั้งบริษัทและพนักงานร่วมกันลงทุนเพิ่ม 400 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับคำขอถอนเงินทั้งหมด
ขณะที่ Blue Owl Capital ก็ได้ซื้อคืนหน่วยลงทุนจากกองทุนบางส่วนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15.4% เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สะท้อนว่าแรงกดดันจากการไถ่ถอนกำลังเกิดขึ้นในหลายส่วนของอุตสาหกรรมสินเชื่อเอกชน
นักวิเคราะห์มองว่า ความกังวลของนักลงทุนส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของตลาดการเงินโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งผลักดันให้นักลงทุนบางส่วนหันไปถือสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม กองทุน HLEND ยังคงมีเงินไหลเข้าสุทธิราว 840 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก และยังคงจ่ายเงินปันผลรายเดือนตามปกติ ขณะที่โครงสร้างสินเชื่อของกองทุนส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่มีสิทธิได้รับการชำระคืนก่อนในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายด้านสภาพคล่องของตลาดสินเชื่อเอกชนมูลค่าราว 2 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่าจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปัญหาพื้นฐานของ BlackRock

