
BCPG เด้งแรง 24% หลังแจงพื้นฐานแกร่ง ปมผู้ถือหุ้นโยงคดีสิงคโปร์คลายกังวล
BCPG เด้งแรง 24% หลังบริษัทแจงไม่พบปัจจัยกระทบพื้นฐานธุรกิจ ขณะที่โบรกมองแรงกดดันจากประเด็นผู้ถือหุ้นเกี่ยวโยงคดีฟอกเงินในสิงคโปร์เป็นเพียง Sentiment ระยะสั้น และปัจจุบันได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นลงแล้วเหลือแค่ 0.66% พร้อมคาดกำไรปี 2569 ยังเติบโตต่อเนื่องจากโครงการพลังงานใหม่ในต่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 มี.ค.69) ราคาหุ้น บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ณ เวลา 10:16 น. อยู่ที่ระดับ 6.60 บาท บวก 1.30 บาท หรือ 24.53% สูงสุดที่ระดับ 6.75 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 153.51 ล้านบาท

การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น BCPG ในวันนี้ อาจเป็นการฟื้นตัวหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงก่อนปิดตลาดเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา โดยบริษัทได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่พบปัจจัยพื้นฐานหรือเหตุการณ์สำคัญใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจหรือฐานะทางการเงินของบริษัท โดยการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการ และความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ยังคงดำเนินไปตามปกติ ภายใต้พื้นฐานความมั่นคงและเสถียรภาพขององค์กร
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพันธกิจหลักในการพัฒนาและลงทุนด้านพลังงานสะอาด พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแห่งอนาคต เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่สังคม สิ่งแวดล้อม ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ควบคู่กับการยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) และมาตรฐานความโปร่งใสในทุกกระบวนการดำเนินงาน
ด้านบทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า ราคาหุ้น BCPG ที่ปรับตัวลดลงแรงกว่า 25% ในช่วงท้ายตลาดเมื่อวานนี้ เป็นผลจาก Sentiment เชิงลบระยะสั้น หลังมีรายงานข่าวว่าหน่วยงานกำกับดูแลในสิงคโปร์ได้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ โดยบริษัท แคปปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนท์ (Capital Asia Investments: CAI) ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับอนุญาตในสิงคโปร์ ถูกตรวจสอบกรณีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ส่งผลให้มีการจับกุมกรรมการบริษัท 2 ราย และอายัดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของเงิน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเพียง Sentiment เชิงลบในระยะสั้น เนื่องจาก CAI ซึ่งเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของ BCPG ได้ทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้นลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูล ณ วันที่ 6 มีนาคม 2568 หลังปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น พบว่า CAI ลดการถือหุ้นจากเดิม 168.4 ล้านหุ้น หรือ 5.62% เหลือเพียง 21.2 ล้านหุ้น หรือ 0.71% ทำให้ปัจจุบันลดสถานะลงมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 7 ขณะที่ BIC ยังถือหุ้นจำนวน 10 ล้านหุ้น หรือ 0.35%
นอกจากนี้ แนวโน้มผลการดำเนินงานของ BCPG ยังถูกมองว่ามีความแข็งแกร่ง โดยคาดว่ากำไรในปี 2569 จะเติบโตประมาณ 24.9% จากรายได้ค่า Capacity Payment ของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่หลายแห่ง ได้แก่ โครงการ Monsoon Wind Power และโครงการ Solar Power ในประเทศไต้หวัน
โดยภาพรวม บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังคงคำแนะนำ “Outperform” โดยมองว่าความกังวลเกี่ยวกับผู้ถือหุ้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ปัจจุบันหุ้น BCPG ซื้อขายที่ระดับ P/E ปี 2569 ประมาณ 6.8 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 7.2% พร้อมให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2569 ที่ระดับ 11 บาท