PCE กางแผนปี 69 เดินเครื่อง “โรงสกัดปาล์ม” เฟส 2 ดันรายได้ “นิวไฮ” โต 15%

PCE กางแผนธุรกิจปี 69 ตั้งเป้ารายได้ทำนิวไฮโต 10-15% ลุยเดินเครื่องโรงสกัดปาล์มเฟส 2 ลดพึ่งพาวัตถุดิบภายนอก พร้อมรุกตลาด B2B-B2C ดันแบรนด์ "รินทิพย์" และจับมือพันธมิตรดันยอดส่งออกแตะ 50%


นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร พร้อมด้วยนายกีรติ ไชยะกุล ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร ร่วมนำเสนอผลการดำเนินงานประจำปี 2568 และแผนการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 ในกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ผ่านระบบ Video Conference โดยเปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายผลักดันรายได้ในปี 2569 ให้เติบโต 10-15% เพื่อสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) อย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนการพึ่งพาวัตถุดิบน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากภายนอกลงเหลือ 50% จากเดิมที่อยู่ในระดับ 75% เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนของกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง โดยเป็นผลพวงมาจากการที่โครงการโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เฟส 2 มูลค่าการลงทุน 180 ล้านบาท ได้เริ่มเดินเครื่องการผลิตเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของกลุ่มบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือคิดเป็น 3,600 ตันผลปาล์มสดต่อวัน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเร่งดำเนินการก่อสร้างและเพิ่มกำลังการผลิตของโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ เฟส 3 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2570 โดยจะช่วยสนับสนุนให้กำลังการผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดแตะระดับ 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันผลปาล์มสดต่อวัน

ส่วนของการทำตลาดในประเทศ บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม B2C ผ่านการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มโอเลอินบรรจุขวดภายใต้แบรนด์ “รินทิพย์” ในช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) พร้อมทั้งกระจายสินค้าผ่านช่องทางหน่วยรถจัดจำหน่าย (Cash Van) โดยได้เริ่มเจาะกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ภาคใต้แล้ว อาทิ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะที่ตลาดกลุ่ม B2B บริษัทฯ มุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มคุณภาพสูงที่ได้มาตรฐานสากล RSPO เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยว และร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายความร่วมมือทางธุรกิจกับทาง Intercontinental Specialty Fats Sdn. Bhd. (ISF) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ The Nisshin OilliO Group, Ltd. อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้ขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 50% จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนราว 40% ซึ่งปัจจัยบวกทั้งหมดนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันรายได้ให้เติบโต 10-15% ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

Back to top button