“ดาวโจนส์” ปิดลบ 768 จุด นิวโลว์ปีนี้ กังวลเงินเฟ้อสูงกดตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ร่วงแรง ปิดลบ 768.11 จุด สู่ระดับต่ำสุดใหม่ปีนี้ หลังเฟดคงดอกเบี้ยและส่งสัญญาณเงินเฟ้อยังสูง กดดันหุ้นบิ๊กเทค ขณะที่หุ้นพลังงานเคลื่อนไหวผสมผสาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (18 มี.ค.69) ปรับตัวลดลงแรงทั้งสามดัชนีหลัก หลังนักลงทุนตอบสนองเชิงลบต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชุดใหม่ รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) ที่ยังส่งสัญญาณกังวลต่อเงินเฟ้อ

โดยดัชนีดาวโจนส์อุตสาหกรรม (DJI.) ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด หรือ -1.63% ทำระดับต่ำสุดใหม่ของปีนี้ และปิดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-day moving average) ขณะที่การปรับตัวลงสะสมตั้งแต่ต้นเดือนเกิน 5% มีแนวโน้มเป็นเดือนที่ปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 (ค.ศ. 2022)

ด้านดัชนี S&P500 (SPX.) ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด หรือ -1.36% และดัชนี Nasdaq Composite (IXIC.) ปิดที่ 22,152.42 จุด ลดลง 327.11 จุด หรือ -1.46%

เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในกรอบ 3.50%-3.75% โดยระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมว่า “ผลกระทบจากพัฒนาการในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน”

ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ระบุว่า เงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอลง แต่ไม่มากเท่าที่คาดหวัง พร้อมส่งสัญญาณว่าเฟดยังคงคาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้เพียง 1 ครั้งในปีนี้

อีกปัจจัยกดดันตลาดคือ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 0.7% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.3% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง และอาจจำกัดขอบเขตการผ่อนคลายนโยบายการเงินของเฟดในระยะต่อไป

แรงขายในตลาดรอบนี้นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) ซึ่งอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดย Apple (AAPL) ลดลง 1.69% และ Nvidia (NVDA) ลดลง 0.84% สะท้อนแรงขายในหุ้นเติบโต (growth stocks)

ในทางตรงกันข้าม หุ้นกลุ่มพลังงานเคลื่อนไหวผสมผสาน โดย Chevron (CVX) เพิ่มขึ้น 0.32% ขณะที่ Exxon Mobil (XOM) ลดลง 0.77% แม้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) จะยืนเหนือระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดสะท้อนแรงกดดันจากเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์พร้อมกัน โดยเม็ดเงินไหลออกจากหุ้นเติบโตอย่างชัดเจน ขณะที่หุ้นพลังงานแม้ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมัน แต่การตอบรับยังไม่เป็นเอกภาพทั้งกลุ่ม ส่งผลให้บรรยากาศลงทุนยังอยู่ในภาวะระมัดระวังสูง

Back to top button