CPN กางโรดแมป 5 ปี ทุ่มงบ 1.1 แสนล้าน ลุยเมกะโปรเจกต์รังสิต 750 ไร่

CPN ตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับ High Single Digit กางแผนลงทุน 5 ปี วงเงิน 1.1 แสนล้านบาท ขยายโครงการมิกซ์ยูสทั่วประเทศ ดันรวม 33 แห่ง ปักหมุดเมกะโปรเจกต์รังสิต 750 ไร่ พร้อมเตรียมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส “Central GR9”


นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เปิดเผยว่า เดินหน้าขับเคลื่อนแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-Use) ระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์ยกระดับคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างแลนด์มาร์กและศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ทั้งในกรุงเทพมหานครและหัวเมืองหลักทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจเมืองในอนาคต

โดยบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในระดับ High Single Digit หรือสูงกว่าในช่วงแผน 5 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยรับรู้รายได้โครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา และการปรับปรุงโครงการเดิมอย่างต่อเนื่อง (Renovation)

บริษัทประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการภายใต้โมเดล Retail-Led Mixed-Use Development ตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี ปัจจุบันมีโครงการรวมทั้งสิ้น 142 โครงการ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า 45 แห่ง คอมมูนิตี้มอลล์ 16 แห่ง อาคารสำนักงาน 11 แห่ง โรงแรม 17 แห่ง และโครงการที่อยู่อาศัย 53 โครงการ ครอบคลุมทุกมิติการใช้ชีวิต

สำหรับแผนการลงทุนระยะ 5 ปี (2569–2573) บริษัทเตรียมงบลงทุนรวม 110,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโครงการมิกซ์ยูสเป็น 33 โครงการภายในปี 2573 ควบคู่การขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050 โดยโครงการต่าง ๆ มีส่วนช่วยสร้างการจ้างงานและกระจายรายได้ในห่วงโซ่เศรษฐกิจรวมกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง

หนึ่งในโครงการสำคัญ คือ เมกะโปรเจกต์ “เมืองแห่งอนาคต” บนพื้นที่กว่า 750 ไร่ ย่านรังสิต ซึ่งถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท พัฒนาในรูปแบบเมืองอัจฉริยะที่มีองค์ประกอบครบถ้วนทั้งศูนย์การค้า พื้นที่สีเขียว โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการศึกษา โดยวางแนวคิดการพัฒนาแบบ Ecosystem เพื่อสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในพื้นที่ตอนเหนือของกรุงเทพฯ โครงการอยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทซึ่งใช้เวลาศึกษานานกว่า 4 ปี และคาดว่าเฟสแรกจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 5 ปี

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส “Central GR9” บนถนนพระราม 9 พื้นที่รวม 73 ไร่ โดยตั้งเป้ายกระดับทำเลสู่ศูนย์กลางธุรกิจแห่งอนาคต โครงการประกอบด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และองค์ประกอบด้านไลฟ์สไตล์ครบวงจร พร้อมแผนปรับโฉมพื้นที่ค้าปลีกและขยายโครงการในระยะต่อไป ทั้งในส่วนที่อยู่อาศัยและองค์ประกอบเชิงพาณิชย์ เพื่อผลักดันศักยภาพของย่านพระราม 9 ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ยังมีการผนึกกำลังพัฒนา “The Central District” เชื่อมต่อพื้นที่ลาดพร้าว–พหลโยธิน ผ่านการปรับโฉมศูนย์การค้าเดิมควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ เพื่อยกระดับทั้งย่านให้เป็นระบบนิเวศเศรษฐกิจเดียวกัน โดยเมื่อรวมพื้นที่พัฒนาทั้งหมดจะมีขนาดใหญ่เกือบเทียบเท่าศูนย์การค้าระดับประเทศ และเตรียมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

ในพื้นที่ปริมณฑล โครงการ “Central Northville” ได้รับการพัฒนาเป็นมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ใจกลางจังหวัดนนทบุรี ผสานแนวคิดการออกแบบที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทุกช่วงวัย พร้อมศูนย์การค้าและโครงการที่อยู่อาศัยภายในพื้นที่เดียวกัน

สำหรับการขยายการลงทุนสู่ภูมิภาค บริษัทเตรียมเปิดโครงการ “Central Khonkaen Campus” ซึ่งเป็นมิกซ์ยูสแห่งที่สองในจังหวัดขอนแก่น บนทำเลใกล้สถาบันการศึกษาและโรงพยาบาลหลักของจังหวัด พัฒนาให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการสร้างพื้นที่กิจกรรมสร้างสรรค์และชุมชนแห่งการเรียนรู้

ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าพัฒนาแลนด์มาร์กสำคัญในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ผ่านโครงการ “The New Central Bangna” ที่ผสานศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัย พร้อมปรับโฉมพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้รองรับกำลังซื้อของกลุ่มครอบครัวระดับบน

ในภาคเหนือ โครงการ “Central Chiangmai Airport” อยู่ระหว่างการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษ สู่การเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การจัดประชุม และกิจกรรมเชิงพาณิชย์ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่

ส่วนภาคใต้ บริษัทเตรียมขยายโครงการ “Central Phuket” ภายใต้แผนแม่บทใหม่ เพื่อยกระดับพื้นที่สู่จุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวระดับลักชัวรีระดับโลก โดยมุ่งพัฒนาโครงการให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและกิจกรรมของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว

ทั้งนี้ แผนการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์การสร้าง “เมืองแห่งอนาคต” ที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กัน พร้อมยกระดับศักยภาพของทำเลสำคัญทั่วประเทศให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตและการลงทุนในระยะยาว

Back to top button