
JAS แจงบันทึกด้อยค่า “สิทธิพรีเมียร์ลีก”1.5 พันลบ. แค่ทางบัญชี เร่งปรับกลยุทธ์ปั๊มรายได้
JAS แจงงบปี 2568 รับรู้ขาดทุนด้อยค่าสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ จำนวน 1,498 ล้านบาท เป็นเพียงรายการทางบัญชี ไม่กระทบกระแสเงินสด พร้อมเร่งปรับกลยุทธ์เพิ่มรายได้จากคอนเทนต์ โฆษณา และแพ็กเกจบริการ ควบคู่คุมต้นทุน เสริมศักยภาพธุรกิจระยะยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีข้อมูลในงบการเงินประจำปี 2568 โดยระบุว่า บริษัทรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลจำนวน 1,498 ล้านบาท จากการประเมินมูลค่าสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพในประเทศไทย สปป.ลาว และกัมพูชา ส่งผลให้เกิดขาดทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 502 ล้านบาท
บริษัทระบุว่า การตั้งด้อยค่าดังกล่าวเป็นไปตามหลักการบัญชี โดยอ้างอิงสมมติฐานจากข้อมูล ณ วันที่ประเมิน และอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของผู้สอบบัญชี ซึ่งใช้ผลการดำเนินงานในช่วง 4–5 เดือนแรกเป็นฐานสำคัญ โดยช่วงเวลาดังกล่าวยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการดำเนินกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ อีกทั้งโครงสร้างการชำระค่าสิทธิเป็นลักษณะจ่ายล่วงหน้าในสัดส่วนสูงในช่วงต้นสัญญา ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์เงินจ่ายล่วงหน้าสูงกว่าค่าใช้จ่ายในฤดูกาลแรก อย่างไรก็ตาม บริษัทเน้นย้ำว่ารายการดังกล่าวเป็นเพียงรายการทางบัญชี (non-cash item) และไม่กระทบต่อกระแสเงินสดในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน JAS ได้วางแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างรายได้จากสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอล โดยมุ่งปรับกลยุทธ์ด้านราคาและแพ็กเกจให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม การทำแพ็กเกจร่วมกับบริการอื่น (bundle) การเพิ่มรายได้จากโฆษณา สปอนเซอร์ และกิจกรรมทางการตลาด ตลอดจนการควบคุมต้นทุน ใช้ข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภค และเร่งมาตรการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อผลักดันรายได้ผ่านช่องทางที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ บริษัทรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 119.50 ล้านบาท ประกอบด้วย ธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ 6.18 ล้านบาท สินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัล 63.32 ล้านบาท และอุปกรณ์รวมถึงสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในโครงการ Generative AI อีก 50 ล้านบาท ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นรายการทางบัญชี (non-cash item) เช่นเดียวกัน และไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด
สำหรับธุรกิจบิทคอยน์ บริษัทชี้แจงว่า การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก อาทิ ราคาตลาดของเครื่องขุดและความผันผวนของราคาบิทคอยน์ โดยปัจจุบันใช้กลยุทธ์เดินเครื่องขุดแบบยืดหยุ่น เน้นช่วงเวลาที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าคุ้มค่า พร้อมใช้พลังงานจาก Solar Farm อย่างเต็มกำลัง ขณะที่แผนขยายกำลังขุดยังอยู่ระหว่างการประเมินในระยะกลางถึงยาว
ส่วนธุรกิจ Generative AI บริษัทระบุว่า บริษัทย่อยสามารถพัฒนาโมเดลได้สำเร็จตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 ปี 2568 และเริ่มเปิดตัวแพลตฟอร์มภาษาไทย รวมถึงขยายสู่โครงการ B2C ผ่านแอปพลิเคชัน Look Look App และ Peep Share App แล้ว อย่างไรก็ดี ปัจจุบันยังไม่เริ่มรับรู้รายได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการทดสอบ Proof of Concept ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และการพัฒนาใช้งานภายในองค์กร
ทั้งนี้ JAS ย้ำว่า การลงทุนในสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพยังมีความสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัท โดยช่วยเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจมีเดียและคอนเทนต์ พร้อมต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ แม้ยอมรับว่ายังมีความเสี่ยงด้านรายได้ แหล่งเงินทุน ภาระหนี้ และอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่การลงทุนในธุรกิจบิทคอยน์และ Generative AI ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพด้านคลาวด์และโครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีในระยะยาว
