
CGSI คงเป้า SET สิ้นปีแตะ 1,480 จุด ชี้เป้า 11 หุ้นเด่นรับปัจจัยบวก
CGSI คงเป้าดัชนี SET สิ้นปี 69 ที่ 1,480 จุด จับตาความขัดแย้งตะวันออกกลาง-ตั้งรัฐบาลใหม่ ชู 11 หุ้นเด่นนำโดย BDMS, PTT, PTTEP, KTB, SCB และ GULF น่าลงทุน
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญความท้าทายจากพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่สุด หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยกระดับความรุนแรงขึ้น อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อของไทย รวมถึงส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าและการบริโภคชะลอตัว ในทางกลับกัน หากมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดกำลังคลี่คลาย ตลาดทุนน่าจะกลับมาเปิดรับความเสี่ยงได้มากขึ้น และอาจเป็นปัจจัยหนุนให้มีกระแสเงินทุนจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
ภายใต้สภาพแวดล้อมดังกล่าว CGSI ประเมินว่าบริษัทในกลุ่มธุรกิจพลังงานต้นน้ำและปิโตรเคมี จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากทิศทางราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีแนวโน้มความต้องการลดลง คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าตลาดโดยรวม (Underperform ดัชนี SET)
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คาดการณ์ว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่แล้วเสร็จก่อนช่วงกลางเดือนเมษายน 2569 ซึ่งหลังจากนั้นน่าจะเริ่มเห็นการทยอยออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ อาทิ การฟื้นฟูโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าภาครัฐจะยังไม่สามารถออกมาตรการทางการคลังชุดใหญ่ที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากข้อจำกัดด้านนโยบายการคลัง โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พบว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 66% ของจีดีพี ซึ่งเข้าใกล้เพดานหนี้ที่กำหนดไว้ระดับ 70% ส่งผลให้รัฐบาลมีความสามารถค่อนข้างจำกัดในการดำเนินนโยบายเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวในวงกว้าง
นอกจากนี้ ผลประกอบการของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ประจำไตรมาส 1/2569 ซึ่งมีกำหนดประกาศภายในวันที่ 21 เมษายน 2569 รวมถึงมติของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เกี่ยวกับการพิจารณาปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 29 เมษายน 2569 จะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น อย่างไรก็ดี จากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ตลอดจนความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ทำให้ CGSI ยังคงมุมมองที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย แม้ว่าความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศจะเริ่มบรรเทาลงแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ CGSI ยังคงเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในช่วงสิ้นปี 2569 ไว้ที่ระดับ 1,480 จุด ซึ่งเทียบเท่ากับอัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) ปี 2570 ที่ 15.6 เท่า (คิดเป็นระดับ -1.25SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี) พร้อมกันนี้ได้คัดเลือกหุ้นเด่น (Top Pick) ที่น่าสนใจลงทุน ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT, บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP, บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
ในส่วนของปัจจัยเสี่ยงขาลง (Downside Risk) อาจมาจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ทิศทางราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ปัจจัยเสี่ยงขาขึ้น (Upside Risk) จะมาจากความเป็นไปได้ที่ความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย การที่ภาครัฐสามารถออกมาตรการทางการคลังได้เพิ่มเติม และกระแสเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย
