
วิกฤตฮอร์มุซ! ดัน WTI พุ่งกว่า Brent เกือบ 3 เหรียญ โลกเบนเข็มซื้อน้ำมันมะกัน
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ WTI ทะยานขึ้นแตะ 111.54 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงกว่าน้ำมันดิบ Brent ที่ระดับ 109.03 ดอลลาร์/บาร์เรลส่วนต่างราคาห่างกันเกือบ 3 เหรียญ หลังตลาดกังวลซัพพลายตึงตัวจากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง ขณะที่ “ทรัมป์” กระตุ้นนานาชาติหันซื้อน้ำมันสหรัฐฯ แทนเส้นทางเดินเรือที่ถูกปิดกั้น ดันส่วนต่างราคาทำสถิติใหม่ในรอบปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเกิดความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เมื่อราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ซึ่งตามปกติจะมีราคาซื้อขายต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก กลับพุ่งสูงขึ้นจนมีส่วนต่างราคา (Spread) สูงกว่า Brent เกือบ 3 ดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นระดับพรีเมียมที่สูงที่สุดในรอบปี
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 69 สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 11.42 ดอลลาร์ หรือ 11.41% ปิดที่ 111.54 ดอลลาร์/บาร์เรล
ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 7.87 ดอลลาร์ หรือ 7.78% ปิดที่ 109.03 ดอลลาร์/บาร์เรล
ปรากฏการณ์ที่ WTI วิ่งแซง Brent ในครั้งนี้มีปัจจัยหลักมาจาก “จังหวะเวลาของสัญญาซื้อขาย” โดยสัญญาน้ำมัน WTI ยังคงอ้างอิงกับงวดการส่งมอบเดือนพฤษภาคม ในขณะที่ Brent ได้ขยับไปอ้างอิงงวดเดือนมิถุนายนแล้ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดเลือกใส่ “ค่าความเสี่ยง” (Risk Premium) ลงไปในน้ำมันงวดเดือนพฤษภาคมมากกว่า เนื่องจากมีความกังวลโดยตรงต่อการหยุดชะงักของอุปทานในระยะสั้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์” โดยผู้ซื้อน้ำมันทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมมาให้ความสำคัญกับน้ำมันดิบที่สามารถเข้าถึงได้ทันทีและอยู่นอกพื้นที่ขัดแย้ง ซึ่งน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ ตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุด ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันที่อ้างอิงราคา WTI เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ออกมาตอกย้ำกระแสดังกล่าว โดยเรียกร้องให้ประเทศที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) เนื่องจากการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หันมาสั่งซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ แทนเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน
อย่างไรก็ตาม แม้ส่วนต่างราคาจะบีบแคบลงอย่างรวดเร็วจากช่วงสองสัปดาห์ก่อนที่ WTI เคยต่ำกว่า Brent ถึง 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ล่าสุดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ราคาน้ำมันทั้งสองมาตรฐานเริ่มมีการย่อตัวลงเล็กน้อย หลังจากตลาดขานรับสุนทรพจน์ของทรัมป์ที่อาจมีการส่งสัญญาณถึงแนวทางในการลดระดับความรุนแรงของความขัดแย้งในตะวันออกกลางในอนาคต

