
JMART ออกหุ้นกู้ใหม่ ชูดอกเบี้ย 5.80% เปิดจอง 7-9 เม.ย. โชว์เรทติ้ง “BBB”
JMART เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ ดอกเบี้ย 5.80% ต่อปี จอง 7-9 เม.ย. นี้ หวังนำเงินชำระคืนหนี้เดิม โชว์เรตติ้งองค์กร “BBB” พร้อมกางแผน 3 ปี ลุยทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย AI ดันกำไรแตะ 2 พันล้านบาท
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการยื่นร่างแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 2 ปี 10 เดือน กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.80% ต่อปี โดยจะมีการจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ ซึ่งจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน
วัตถุประสงค์หลักในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ JMART เตรียมนำเงินที่ได้รับไปชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้เดิม ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเสริมความยืดหยุ่นทางการเงินและรองรับแผนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
ทางด้านความน่าเชื่อถือ JMART ได้รับการจัดอันดับจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรอยู่ที่ระดับ “BBB” และอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้อยู่ที่ระดับ “BBB-” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการทางการเงินได้อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและตลาดทุนที่มีความผันผวน
นายอดิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทสามารถบริหารจัดการและชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงวินัยทางการเงินและความสามารถในการบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาวะตลาดทุนที่ท้าทาย จึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน บริษัทมองว่าโลกธุรกิจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ธุรกิจค้าปลีก (Retail) การเงิน (Finance) และเทคโนโลยี (Technology) เชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ ดังนั้น JMART จึงมุ่งมั่นยกระดับองค์กรสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Platform-driven Group) โดยนำเทคโนโลยี Data และ AI เข้ามาใช้ เพื่อสร้างการเติบโตที่สามารถขยายสเกลได้ และเป็นการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในระยะยาว
นอกจากนี้ ภายใต้แผนธุรกิจระยะ 3 ปี (ปี 2569–2571) JMART ได้ตั้งเป้าหมายยกระดับความสามารถในการทำกำไรและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งผลักดันกำไรสุทธิของกลุ่มให้เติบโตทะลุระดับ 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 ผ่านกลยุทธ์ที่สำคัญ อาทิ การสร้างความร่วมมือเพื่อต่อยอดรายได้ (Revenue Synergy) ระหว่างธุรกิจในเครือ เพื่อปลดล็อกมูลค่าทางธุรกิจให้กับกลุ่มบริษัททั้งในส่วนของธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจทางการเงิน รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI เข้ามายกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับหุ้นกู้ของ JMART มีกำหนดเปิดให้จองซื้อในระหว่างวันที่ 7–9 เมษายน 2569 ผ่านกลุ่มผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้รวม 12 แห่ง ได้แก่
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ซึ่งเป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ด้วย)
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขของหุ้นกู้ รวมถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. (คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้ ลักษณะของตราสาร ผู้ออกตราสาร ความเหมาะสมในการลงทุน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน)

