
AEONTS เด้ง 4% รับกำไร Q4 โต 26% แตะ 912 ล้านบาท โบรกเชียร์ “ซื้อ” เป้า 106 บ.
AEONTS เด้ง 4% รับผลประกอบการไตรมาส 4/68/69 กำไรสุทธิแตะ 912 ล้านบาท เติบโต 25.8% เทียบจากปีก่อน หลังรายได้มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัวควบคู่การบริหารต้นทุนและตั้งสำรองที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ NPL เริ่มส่งสัญญาณบวกปรับตัวลดลง ด้าน บล.ฟิลลิป คงคำแนะนำ "ซื้อ" มองกำไรปี 69/70 แตะ 3.3 พันล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 เม.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS ณ เวลา 10:41 น. อยู่ที่ระดับ 92.50 บาท บวก 3.50 บาท หรือ 3.93% ราคาสูงสุด 93 บาท ราคาต่ำสุด 91.25 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 44.15 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผลการดำเนินงานของ AEONTS ในไตรมาส 4 ปีบัญชี 2568/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 47.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ผสานกับการลดลงของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวม นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยหนุนจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของพอร์ตสินเชื่อรวมในไตรมาสดังกล่าว ปรับลดลง 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมสินเชื่อทั้งปีลดลง 3.1% โดยสาเหตุหลักมาจากการหดตัวของสินเชื่อประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม สินเชื่อเช่าซื้อยังคงมีทิศทางการเติบโตที่โดดเด่น โดยขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.9% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 22.8% นับจากต้นปีบัญชี (YTD)
ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4.8 พันล้านบาท จากเดิม 4.9 พันล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้บริษัทสามารถลดระดับการตั้งสำรองลงได้ในไตรมาสนี้
สำหรับแนวโน้มปีบัญชี 2569/2570 ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิไว้ที่ 3.3 พันล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 7.1% จากปีก่อน โดยคาดหวังปัจจัยหนุนต่อเนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ยและการตั้งสำรองที่ลดลง
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” อย่างไรก็ตาม ได้มีการปรับลดราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 106 บาท (เดิมอ้างอิง PER 9 เท่า ปรับลงเหลือ 8 เท่า) เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากสภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้จะประเมินว่ามูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังมีอัพไซด์ที่น่าสนใจก็ตาม