
CGSI ชี้ KKP ฟื้นตัวเด่น อัพเป้าใหม่ 77 บาท รับแรงหนุนค่าฟี–สินเชื่อ
CGSI มองแนวโน้ม KKP อยู่ในช่วงฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ฝ่ายวิเคราะห์ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 77 บาท พร้อมคาดว่ากำไรยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องในระยะถัดไป
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI เปิดเผยบทวิเคราะห์ผลประกอบการของ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ในไตรมาส 1/2569 โดยระบุว่า KKP มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.96 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ 10% และสูงกว่าค่าเฉลี่ย Bloomberg consensus 23% โดยคิดเป็น 33% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569
ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้จากเงินปันผลที่แข็งแกร่ง รวมถึงการขาดทุนจากการขายรถยึดที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่กำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) อยู่ที่ 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 15.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนสินเชื่อรวมลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลงมาอยู่ที่ 4.1% จาก 4.3% ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ NPL และสินเชื่อ Stage 2 ลดลง 1.5% และ 4.6% ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม อัตราการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นจาก 82bps ในไตรมาสก่อนหน้า เป็น 111bps ในไตรมาส 1/2569 จากการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับความเสี่ยงบางส่วน
ในด้านรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย KKP เติบโต 64.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 23.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ลดลงเล็กน้อย 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง แพลตฟอร์มดิจิทัล “KKP Dime” และธุรกิจจัดการกองทุน
ทั้งนี้ CGSI ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของ KKP สำหรับปี 2569–2571 ขึ้น 7.9–16.2% พร้อมปรับสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อเป็น 2.0–2.1% และปรับ NIM เป็น 4.0% รวมถึงปรับเพิ่มการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 2569 เป็น 5.5% ขณะเดียวกันได้ปรับลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลงเหลือ 51.7–52.5%
นอกจากนี้ CGSI ปรับราคาเป้าหมายหุ้น KKP ปี 2569 ขึ้นเป็น 77 บาท จากเดิม 68.55 บาท สะท้อนการปรับประมาณการกำไรและสมมติฐาน ROE ระยะยาวที่ 10% อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำ “ถือ” เนื่องจากคาดว่าผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับสูงที่ 7.7–8.2% ต่อปีในช่วงปี 2569–2571 แม้การประเมินมูลค่าที่ระดับ P/BV 1.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารไทยที่ 0.74 เท่า โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากความต้องการสินเชื่อที่อาจชะลอตัวจากปัญหาหนี้ครัวเรือน และปัจจัยสนับสนุนจากการลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมและราคารถมือสองที่ปรับตัวดีขึ้น

