
CGSI มองกรอบ SET วันนี้ 1,470-1,495 จุด ชูหุ้นเด่น KBANK-PTTEP
CGSI ชี้ตลาดหุ้นไทยส่งสัญญาณแข็งแกร่งกว่าตลาดโลก รับอานิสงส์มูดี้ส์ปรับมุมมองไทยสู่ระดับมีเสถียรภาพ แนะจับตาผลประกอบการไตรมาส 1/69 ชู KBANK และ PTTEP เป็นหุ้นเด่นน่าลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ประเมินกรอบดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ที่ระดับ 1,470-1,495 จุด ซึ่งมองว่ามีความแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นโลก โดยเป็นการตอบรับประเด็นที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ (Moody’s) ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยขึ้นเป็นระดับ “มีเสถียรภาพ” ซึ่งสะท้อนถึงทิศทางนโยบายที่ชัดเจน นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองว่า SET Index ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นเน้นคุณค่า (Value Play) จะมีความแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นโลกที่เป็นกลุ่มหุ้นเติบโต (Growth Play) ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากภาพรวมการรายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ออกมาแข็งแกร่ง
สำหรับหุ้นแนะนำที่น่าสนใจ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK โดยธนาคารสามารถทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 42.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แตะระดับ 1.47 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งสูงกว่าที่ทางฝ่ายวิจัยประมาณการไว้ถึง 27% ส่งผลให้มีการปรับประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ในปีงบประมาณ 2569-2571 ขึ้น 3.4-8.7% ภายหลังจากการปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและปรับลดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ พร้อมกันนี้ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนของ KBANK จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” เนื่องจากประเมินว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงมีความน่าสนใจ และรายได้จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง (กำหนดจุดทำกำไร หรือ Take profit ที่ 185.50 บาท และจุดตัดขาดทุน หรือ Stop loss ที่ 182.00 บาท)
อีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่แนะนำคือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าทิศทางราคาน้ำมันที่แข็งแกร่งจะสะท้อนเข้ามาในราคาน้ำมันและก๊าซของ PTTEP อย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทอาจมีผลขาดทุนจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ที่มีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ทางฝ่ายวิจัยได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 179 บาทต่อหุ้น จากการปรับสมมติฐานราคาน้ำมันให้สูงขึ้นตามสถานการณ์ตลาด พร้อมกับยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” (กำหนดจุดทำกำไร หรือ Take profit ที่ 145.50 บาท และจุดตัดขาดทุน หรือ Stop loss ที่ 141.00 บาท)