BH โชว์กำไร Q1 แตะ 1.79 พันล้าน รับรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่ม-ต้นทุนลด

BH รายงานกำไรไตรมาส 1/69 แตะ 1.79 พันล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 1.73 พันล้านบาท รับรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนกิจการโรงพยาบาลลดลง


บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569  มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569  มีกำไรสุทธิ 1,790.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.24% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,733.83 ล้านบาท เป็นผลมาจากบริษัทมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลจำนวน 6,204 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.4% จากจำนวน 6,120 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568

โดยการเติบโตดังกล่าวมีสาเหตุหลักจากรายได้กลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยที่ลดลงร้อยละ 3.6 ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติเป็นผลจากการเติบโตของผู้ป่วยจากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางร้อยละ 21.3 เมียนมาร้อยละ 15.1 และบังกลาเทศร้อยละ 25.0 โดยในไตรมาส 1 ปี 2569 สัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยชาวไทยอยู่ที่ร้อยละ 34.3 ขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติอยู่ที่ร้อยละ 65.7 เทียบกับร้อยละ 36.1 และร้อยละ 63.9 ตามลำดับในไตรมาส 1 ปี 2568

บริษัทมีต้นทุนกิจการโรงพยาบาล (รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) จำนวน 3,022 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลง0.6% จากจำนวน 3,040 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกิจการโรงพยาบาลในอัตราร้อยละ 1.4 ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนกิจการโรงพยาบาลต่อรายได้จากกิจการโรงพยาบาลลดลงเป็น 48.7% ในไตรมาส 1 ปี 2569 เทียบกับร้อยละ 49.7 ในไตรมาส 1 ปี 2568

ค่าใช้จ่ายในการขาย (รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) อยู่ที่ 162 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงร้อยละ 1.2 จากจำนวน 164 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (รวมค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย) อยู่ที่ 898 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.4 จากจำนวน 920 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง

ส่วนกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 2,455 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 จากจำนวน 2,338 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2568 ส่งผลให้อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 39.3 เทียบกับร้อยละ 37.7 ในไตรมาส 1 ปี 2568

Back to top button