“บลจ.” จับมือ “ประกัน-ต่างชาติ” เคาะซื้อตราสารหนี้ไทย 7.4 พันล้าน

ThaiBMA เผยมูลค่าซื้อขายตราสารหนี้ 4.67 หมื่นลบ. “บลจ.” กวาดซื้อสุทธิ 7.4 พันล้าน บอนด์ยีลด์ร่วง 0.01-0.02% จับตาผลประชุม 5 แบงก์ชาติหลักสัปดาห์หน้า


สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รายงานสรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวัน มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 46,772 ล้านบาท โดยประเภทของนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิที่ 5,662 ล้านบาท รองลงมาคือ กลุ่มบริษัทประกัน มียอดซื้อสุทธิ 1,222 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 599 ล้านบาท ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) อายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 1.62% ปรับตัวลดลง 0.01% จากวันก่อนหน้า

สำหรับภาพรวมของตลาดในวันนี้ เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 0.01-0.02% ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศ เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการเบื้องต้นของสหรัฐอเมริกา ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.0 ในเดือนเมษายน จากระดับ 50.3 ในเดือนมีนาคม โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น

ด้านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการขั้นต้นของยูโรโซน หดตัวลงสู่ระดับ 48.6 ในเดือนเมษายน จากระดับ 50.7 ในเดือนมีนาคม ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 50.1 นอกจากนี้ รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้น 6,000 ราย สู่ระดับ 207,000 ราย ซึ่งรายงานระบุว่าสูงกว่าตัวเลขการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย

ส่วนกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในวันนี้ มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (NET INFLOW) จำนวน 599 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากยอดซื้อสุทธิ (NET BUY) 599 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) ส่งผลให้ยอดการถือครองตราสารหนี้ (Holding) ของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นสัปดาห์นี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4,110 ล้านบาท มาอยู่ที่ 951,485 ล้านบาท จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ระดับ 947,375 ล้านบาท

ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดต่างเฝ้าติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสำคัญหลายแห่งในสัปดาห์หน้า ได้แก่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ), ธนาคารกลางยุโรป (ECB), ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE), ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (FED) รวมถึงการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย

Back to top button