
หุ้นโรงไฟฟ้าคึก! BGRIM นำทีมพุ่ง 7% รับฮอร์มุซคลี่คลาย-บอนด์ยีลด์ลง
BGRIM นำทีมหุ้นโรงไฟฟ้าบวก รับ Sentiment เชิงบวกจากราคาพลังงานและบอนด์ยีลด์ลดลง หลังความกังวลช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย ด้านโบรก แนะ “ซื้อเก็งกำไร” BGRIM เป้า 16 บาท พร้อมชู GPSC เป้า 49 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ณ เวลา 10:25 น. อยู่ที่ระดับ 16.00 บาท บวก 1.10 บาท หรือ 7.38% ราคาสูงสุด 16.40 บาท ราคาต่ำสุด 15.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 513.02 ล้านบาท
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF อยู่ที่ระดับ 65.00 บาท บวก 1.00 บาท หรือ 1.56% ราคาสูงสุด 65.50 บาท ราคาต่ำสุด 64.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1,844.70 ล้านบาท
บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP อยู่ที่ระดับ 6.15 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 3.36% ราคาสูงสุด 6.15 บาท ราคาต่ำสุด 6.05 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 19.04 ล้านบาท
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO อยู่ที่ระดับ 117.50 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 1.29% ราคาสูงสุด 118.00 บาท ราคาต่ำสุด 117.00 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 54.56 ล้านบาท
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC อยู่ที่ระดับ 41.75 บาท บวก 0.75 บาท หรือ 1.83% ราคาสูงสุด 42.50 บาท ราคาต่ำสุด 41.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 210.51 ล้านบาท
ราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าปรับตัวขึ้นคึกคัก รับปัจจัยบวกจากราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง หลังตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน รวมถึงประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้าได้รับ Sentiment เชิงบวกในระยะสั้น
บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้น BGRIM ให้ราคาเป้าหมายอ้างอิง IAA Consensus ที่ 16.00 บาท โดยมองว่าระยะสั้น BGRIM มีปัจจัยบวกจากราคาพลังงานและ Bond Yield ที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดยังติดตามความคืบหน้าหลักเกณฑ์ Direct PPA รวมถึงค่าบริการความมั่นคงระบบไฟฟ้า หรือ System Security Charge และค่าบริการใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้า หรือ Wheeling Charge
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 ของ BGRIM ยังถูกกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่อยู่ในระดับสูง แต่คาดว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะทยอยฟื้นตัว จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ Offshore Wind Farm Nakwol-1 และโครงการ Hydropower ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงแนวโน้มต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
นอกจากนี้ BGRIM ยังมีปัจจัยหนุนจากโครงการ Data Center ซึ่งบริษัทถือหุ้น 40% ร่วมกับ Digital Edge โดยโครงการเฟส 1 ขนาด 48 เมกะวัตต์ มีลูกค้า Hyperscale จองเต็มแล้ว และคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ หรือ COD ได้ในไตรมาส 4/2569 ทั้งนี้ Consensus คาดว่า BGRIM จะมีกำไรปี 2569 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน และกำไรปี 2570 อยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด หรือ LHS ระบุว่า แม้คาดว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติในไตรมาส 2/2569 จะเพิ่มขึ้นราว 10-15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP แต่คาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะถูกชดเชยบางส่วนจากยอดขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน คาดว่าประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า GHECO-One จะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงในช่วงดังกล่าว ส่งผลให้รายได้ค่าความพร้อมจ่ายกลับมารับรู้ได้ตามปกติ
เมื่อมองไปในปี 2569 LHS คาดว่า GPSC จะได้รับประโยชน์จากผลการดำเนินงานของ GHECO-One ที่ดีขึ้นตลอดทั้งปี โดยคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นราว 600 ล้านบาท หนุนจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงจากความคลาดเคลื่อนของต้นทุนถ่านหิน และส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้น
จากปัจจัยดังกล่าว LHS แนะนำ “ซื้อ” หุ้น GPSC ให้ราคาเป้าหมายที่ 49.00 บาทต่อหุ้น โดยประเมินมูลค่าจากอัตราส่วนราคาต่อกำไร หรือ P/E ปี 2569 ที่ 22 เท่า และอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี หรือ P/BV ที่ 1.2 เท่า

