
ศาลสั่งยกคำร้องฟื้นฟู WSOL เหตุงบปี 68 ติดลบต่อเนื่อง-แหล่งเงินทุนไม่ชัดเจน
ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ WSOL เหตุขาดทุนต่อเนื่องและไร้ความชัดเจนด้านแหล่งทุนใหม่ ด้านบริษัทเตรียมพิจารณาใช้สิทธิทางกฎหมาย ยืนยันกระบวนการฟื้นฟูคือทางออกที่ดีที่สุด
บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เปิดเผยข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 บริษัทได้รับทราบคำสั่งพร้อมเหตุผลของศาลล้มละลายกลาง โดยศาลฯ ได้มีคำสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัท
ทั้งนี้ ศาลล้มละลายกลางได้ให้เหตุผลโดยสังเขปว่า แม้บริษัทจะชี้แจงว่าปัญหาทางการเงินเป็นผลมาจากการบริหารของผู้บริหารชุดเดิม แต่เมื่อพิจารณาจากงบการเงินประจำปี 2568 พบว่าบริษัทมีผลขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในปัจจุบันยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ นอกจากนี้ บริษัทยังถูกเจ้าหนี้หลายรายดำเนินคดี ในขณะที่สินทรัพย์ส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้แล้ว ศาลจึงมองว่าไม่ปรากฏช่องทางที่จะสามารถฟื้นฟูกิจการให้สำเร็จได้
อย่างไรก็ตาม WSOL ยังคงเชื่อมั่นว่า การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด และเป็นเพียงทางเดียวที่จะทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง (Going Concern) รวมทั้งสามารถบริหารจัดการภาระหนี้สินได้อย่างเป็นระบบ เนื่องจากธุรกิจของบริษัทยังคงมีศักยภาพในการดำเนินงาน แม้จะได้รับผลกระทบจากภาระทางการเงินและปัจจัยทางเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม
บริษัทให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาตัวชี้วัดด้านความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงาน จะพบว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของกลุ่มบริษัทในปี 2568 ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 451 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นในระดับการดำเนินงานหลัก โดยบริษัทมองว่าตัวชี้วัด EBITDA เป็นอีกมุมมองที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของธุรกิจได้อย่างชัดเจนมากขึ้น นอกเหนือจากการพิจารณาผลกำไรสุทธิ (Net Profit) และปัจจัยทางการเงินอื่น ๆ
ด้วยเหตุนี้ WSOL จึงประเมินว่าการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ คู่ค้า พนักงาน และผู้ถือหุ้น เพราะไม่เพียงแต่เป็นการแก้ปัญหาสภาพคล่อง แต่ยังเป็นการรักษามูลค่าทางธุรกิจ (Business Value) ของบริษัทและบริษัทย่อยที่มีศักยภาพ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้และนำมาทยอยชำระคืนหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนกว่าการจำหน่ายทรัพย์สินภายใต้ความกดดัน โดยในขณะนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการใช้สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
