
GBS มองดัชนีผันผวน แนะเก็บหุ้นเข้า SET50-SET100 ครึ่งปีหลัง
บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,550-1,600 จุด ถูกกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แนะจับตาการประชุม กนง. พร้อมชูกลยุทธ์เก็งกำไรหุ้นที่มีคิวเข้าคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 รอบครึ่งหลังของปี 2569 รับอานิสงส์เม็ดเงินสถาบันไหลเข้า
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนในลักษณะออกข้าง (Sideway) โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,550-1,600 จุด ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่ตลาดแกว่งตัวผันผวน ให้เน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ ได้แก่ หุ้นที่เข้าคำนวณในดัชนี SET50 ประกอบด้วย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP, บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT, บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI
ส่วนหุ้นที่เข้าคำนวณในดัชนี SET100 ประกอบด้วย MRDIYT, THAI, บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินจากนักลงทุนสถาบันไหลเข้ามาลงทุน
พร้อมกันนี้ ยังแนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังแรงขายจากการปรับลดน้ำหนักการลงทุน ในกลุ่มหุ้นที่ถูกนำออกจากการคำนวณในดัชนี SET50 ได้แก่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD
รวมถึงหุ้นที่ถูกนำออกจากดัชนี SET100 ได้แก่ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS, บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART, บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB และ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังได้ปัจจัยบวกได้แก่ การคาดการณ์จากแบบจำลอง GDPNow ที่ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2/2569 จะขยายตัวถึง 3% ซึ่งเร่งตัวขึ้นจาก 1.6% ในไตรมาสแรก ขณะที่ปัจจัยในประเทศสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ S&P Global Ratings ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ที่ระดับ BBB+ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและนโยบายของรัฐบาล ประกอบกับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับตัวลดลงติดต่อกัน 3 วัน ส่งผลดีต่อการลดต้นทุนด้านพลังงานของภาคธุรกิจ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะนี้ ได้แก่ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2569 ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้

