“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ หวั่นเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งหนุน “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ย-สงครามยืดเยื้อ

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เช้านี้เปิดลบเป็นส่วนใหญ่ ถูกกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่พุ่งสูงกว่าคาดการณ์ หนุนโอกาสเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย ผสานความกังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านส่อเค้ายืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันโลกทะยาน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (13 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์ อาจเป็นปัจจัยผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย นอกจากนี้ บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อออกไป

ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 62,398.02 จุด ปรับตัวลดลง 344.55 จุด หรือ 0.55%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,192.31 จุด ลดลง 22.18 จุด หรือ 0.52%, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.15% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.56% อย่างไรก็ดี ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงสามารถเปิดสวนทางในแดนบวกที่ระดับ 26,369.99 จุด เพิ่มขึ้น 22.08 จุด หรือ 0.08%

ปัจจัยหลักที่สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนมาจากภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจผลักดันให้เฟดตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนเมษายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2566 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.7% หลังจากที่ขยายตัว 3.3% ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ข้อมูลล่าสุดจากเครื่องมือ FedWatch ของ ซีเอ็มอี กรุ๊ป (CME Group) บ่งชี้ว่า โอกาสที่เฟดจะพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักถึง 30.5% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในการประชุมเดือนธันวาคม ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากระดับ 21.5% ที่ให้น้ำหนักไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.)

ด้านสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ล่วงเลยเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 ยังคงไม่มีสัญญาณว่าจะสามารถหาข้อสรุปยุติความขัดแย้งได้ในระยะเวลาอันใกล้ โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนว่า ข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะที่เปราะบางอย่างมาก พร้อมทั้งปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการยุติสงคราม ซึ่งครอบคลุมถึงการเรียกร้องให้สหรัฐฯ จ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม การยอมรับอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ การยุติมาตรการคว่ำบาตร และการยกเลิกการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของอิหร่าน

นอกจากนี้ นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำของจีน ซึ่งมีกำหนดการจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ โดยเป็นที่คาดหมายว่าประเด็นข้อพิพาทและทิศทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจจะเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของการเจรจาหารือในครั้งนี้

Back to top button