SPRC กวาดกำไร Q1 โต 932% แตะ 7.36 พันล้านบาท รับสต็อกเกนหนุน

SPRC รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 แตะ 7,366.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 932.47% จากปีก่อน รับแรงหนุนกำไรจากสต็อกน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แม้อัตราการกลั่นลดลงจากการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผน


บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 7,366.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 932.47 จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 713.52 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่แล้ว กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยส่วนใหญ่เป็นผลกำไรจากสต็อกน้ำมัน (สุทธิภาษี) จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง

ซึ่งหากไม่รวมกำไรจากสต็อกน้ำมัน บริษัทฯ มีกำไรสุทธิหลังปรับปรุงอยู่ที่ 1,652.39 พันล้านบาท สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากอัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นที่ลดลงจากการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผน (Turnaround & Inspection – T&I) รวมถึงมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในไตรมาสดังกล่าว

อัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นในไตรมาสที่ 1/2569 คิดเป็น 63.2% เทียบกับ 92.6% ในไตรมาสที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนงาน ซึ่งสำเร็จลุล่วงตามแผนที่วางไว้ โดยการซ่อมบำรุงดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานของโรงกลั่น พร้อมเสริมสร้างเสถียรภาพและความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งกระทบต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทฯ ได้รับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันอันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้าม บริษัทฯ อาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน นอกจากนี้ ค่าส่วนต่างราคาน้ำมันดิบและค่าขนส่งทางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานของน้ำมันในตลาดโลก ตลอดจนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อีกด้วย

นายเฮอร์เบิร์ต แมทธิว เพนน์ ที่ 2 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ SPRC กล่าวว่า “บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และสภาวะของตลาดอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการบริหารสต็อก กระแสเงินสดและสภาพคล่อง เพื่อสร้างความยืดหยุ่นของการดำเนินงาน และการสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย

นอกจากนี้ เรายังได้จัดสรรกำไรเพื่อการจัดซื้อน้ำมันดิบ การเสริมประสิทธิผลในการดำเนินงาน การยกระดับโรงกลั่นและคุณภาพผลิตภัณฑ์ เพื่อเสถียรภาพของผลการดำเนินงานในระยะยาว นอกจากนี้ เรายังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรอย่างต่อเนื่อง เพื่อการปรับปรุงผลกำไร ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการขับเคลื่อนด้านดิจิทัล”

“ในฐานะธุรกิจโรงกลั่นที่มีลักษณะการดำเนินธุรกิจเป็นวัฏจักร SPRC ยังคงมุ่งมั่นบริหารธุรกิจและการเงินอย่างเต็มกำลังเพื่อรับมือกับทุกวงจรของวัฏจักรเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดสำหรับผู้ถือหุ้น ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้พอเพียงกับความต้องการภายในประเทศ และสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย” นายแมทธิว เพนน์ กล่าวสรุป

Back to top button