
AAV เซ่นผู้โดยสารลด-ค่าใช้จ่ายเพิ่ม ฉุดกำไร Q1 หด 40% แตะ 841 ล้านบาท
AAV รายงานงบไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 841 ล้านบาท ลดลง 40% จากปีก่อน รับแรงกดดันจากค่าโดยสารเฉลี่ยลดลง รายได้เสริมชะลอ และต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นจากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนแข่งขันเดือดในธุรกิจการบิน
บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/69 สิ้นสุด 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
สำหรับ AAV รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 840.65 ล้านบาท ลดลง 39.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 1,387.23 ล้านบาท แม้รายได้รวมอยู่ที่ 14,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวต่อเนื่องของอุปสงค์การเดินทางทางอากาศและจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตแข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นในอุตสาหกรรมสายการบิน
รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 13,529.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 11% ขณะที่อัตราค่าโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 1,836 บาทต่อคน ลดลง 6% จากปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น
ขณะที่รายได้จากบริการเสริมอยู่ที่ 2,216.2 ล้านบาท ลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 16% ของรายได้จากการขายและบริการ โดยมีสาเหตุหลักจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมการดำเนินการสำหรับการจองตั๋วผ่าน AirAsia MOVE รวมถึงรายได้จากบริการรับฝากสัมภาระใต้ท้องเครื่องต่อผู้โดยสารลดลง 13% เพื่อกระตุ้นยอดขาย ส่งผลให้รายได้เสริมต่อผู้โดยสารลดลง 16% เหลือ 359 บาท
ส่วนรายได้อื่นอยู่ที่ 527.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกำไรจากตราสารอนุพันธ์ที่ได้รับอานิสงส์จากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย บริษัทระบุว่ายังคงสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 12,335.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ต้นทุนขายและการให้บริการอยู่ที่ 10,533.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยค่าน้ำมันเชื้อเพลิงทรงตัวที่ 4,024.4 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันอากาศยานเฉลี่ยลดลง 6% เหลือ 85.56 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ชดเชยกับปริมาณการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้น 4% ตามการขยายกำลังการผลิตด้านที่นั่ง (ASK)
ขณะที่ค่าใช้จ่ายพนักงานอยู่ที่ 1,484.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของปริมาณที่นั่งให้บริการ ส่วนต้นทุนขายและการให้บริการอื่นอยู่ที่ 3,112.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นตามการขยายฝูงบิน
ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 795.8 ล้านบาท ลดลง 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าคอมมิชชันที่จ่ายให้ตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ (OTAs) ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อรายได้จากการขายและบริการลดลงเหลือ 6% จาก 7% ในปีก่อน
สำหรับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ต้นทุนต่อหน่วยการผลิตด้านผู้โดยสาร (CASK) ลดลง 2% อยู่ที่ 1.69 บาท และหากไม่รวมต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (CASK ex-fuel) อยู่ที่ 1.11 บาท ลดลง 2% เช่นกัน สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่กับการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง

