A5 รายได้ Q1 แตะ 215 ลบ. ตุนแบ็กล็อกกว่า 1 พันล้าน ลุย Luxury Living ปั้น New S-Curve

A5 โชว์รายได้ไตรมาส 1/2569 แตะ 215.74 ล้านบาท พร้อมตุน Backlog กว่า 1,062.86 ล้านบาท จากโครงการลักชัวรีที่ยังได้รับการตอบรับดี เดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ Upper Class Solution และ A5 Design คาดเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 หนุน New S-Curve ต่อยอด Luxury Living & Wellness Ecosystem


นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 215.74 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 11.85 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัว ส่งผลให้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น ทำให้การโอนกรรมสิทธิ์บางส่วนจำเป็นต้องเลื่อนออกไปเพื่อรอผลการพิจารณาดังกล่าว ประกอบกับบริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดและการบริหารสินค้าคงเหลือเชิงรุก เพื่อเร่งการขายในช่วงภาวะตลาดแข่งขันสูงนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการรับรู้รายได้ของ Backlog  รวมถึงแรงสนับสนุนจากยอดขายและยอดโอนของโครงการพร้อมอยู่ที่ยังมีทิศทางเติบโตดี โดย ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 บริษัทมี Backlog รวมมูลค่า 1,062.86 ล้านบาท จากโครงการหลัก ได้แก่ Cinq Royal The Eighteen Bangna KM.7 ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้วมากกว่า 70%, CINQUIÈME Krungthep Kreetha, Vana Ratchapruek-Westville และโครงการบ้านรชยา เอกมันตรา จังหวัดอุดรธานี ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องสะท้อนฐานรายได้ที่มั่นคงและรองรับการเติบโตของบริษัทในระยะยาว

สำหรับทิศทางธุรกิจในไตรมาส 2/2569 บริษัทให้น้ำหนักกับการเร่งยอดขายและยอดโอนจากโครงการพร้อมอยู่ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนและสภาพคล่องอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าพัฒนา Product Strategy อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านดีไซน์ ฟังก์ชันการอยู่อาศัย และบริการ เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าระดับลักชัวรีที่มองหามากกว่าที่อยู่อาศัย

ด้านกลยุทธ์การตลาด บริษัทเดินเกมเชิงรุกผ่านการสร้าง Customer Experience แบบเฉพาะบุคคล ควบคู่กับการทำ Online และ Offline Campaign รวมถึงการจัด Private Viewing และ Exclusive Community Event เพื่อสร้าง Engagement กับกลุ่มลูกค้าระดับบนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับพันธมิตรระดับพรีเมียมในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และบริการระดับลักชัวรี เพื่อต่อยอด Ecosystem และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการนำแนวคิด Wellness เข้ามาผสานในการพัฒนาโครงการและบริการมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการออกแบบพื้นที่ การเลือกวัสดุ  และการพัฒนาประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อรองรับเทรนด์ผู้บริโภคระดับบนที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและ Well-being มากขึ้น

ขณะเดียวกัน A5 ยังเดินหน้าขยายการเติบโตผ่านธุรกิจใหม่อย่าง Upper Class Solution และ A5 Design ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าภายนอก จากความต้องการงานออกแบบ Interior และ Architectural Solution ระดับพรีเมียม โดยรายได้จากธุรกิจดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป และจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้าง New S-Curve ให้กับบริษัทในอนาคต

“บริษัทตั้งเป้าการเติบโตภายใต้แนวทาง Quality Growth โดยให้ความสำคัญทั้งด้านรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และการบริหารความเสี่ยงควบคู่กัน พร้อมต่อยอดสู่การเป็นผู้พัฒนา Luxury Living Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งที่อยู่อาศัย บริการ สุขภาพ และประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับพรีเมียมเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของลูกค้าในระยะยาวและสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้น” นายศุภโชค กล่าว

Back to top button