
ปิดฉาก “ทรัมป์-สี ซัมมิต” สหรัฐโวดีลปิโตรเลียม-เครื่องบินพุ่ง ตลาดจับตารอฝั่งจีนคอนเฟิร์ม
หลังสิ้นสุดการประชุมสุดยอด “ทรัมป์‑สี ซัมมิต” ทั้งสองฝ่ายส่งสัญญาณความคืบหน้าในการสร้างเสถียรภาพความสัมพันธ์ พร้อมหารือด้านการค้าและพลังงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังสิ้นสุดการเยือนจีนและการประชุมสุดยอด “ทรัมป์‑สี ซัมมิต” (Trump‑Xi Summit) ระหว่างวันที่ 14–15 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางกลับสหรัฐอเมริกา ภายหลังหารือร่วมกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นเวลา 2 วัน การประชุมครอบคลุมประเด็นการค้า พลังงาน ไต้หวัน อิหร่าน และการลงทุนระหว่างประเทศ
สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า สี จิ้นผิง ระบุว่าทั้งสองประเทศเห็นพ้องต่อ แนวทาง Strategic Stability เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์และมั่นคงในช่วง 3 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าความแตกต่างในประเด็นอิหร่าน ไต้หวัน และประเด็นสำคัญอื่นยังคงมีอยู่
ในบทสัมภาษณ์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้า สำหรับรายการ Hannity ของ Fox News ทรัมป์กล่าวว่า จีนตกลงที่จะซื้อปิโตรเลียมจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และเตรียมสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing จำนวน 200 ลำ พร้อมระบุว่า ได้หารือกับสี จิ้นผิงเกี่ยวกับการขยายโอกาสในการเข้าถึงตลาดจีนสำหรับบริษัทด้านการชำระเงินของสหรัฐฯ เช่น Visa Inc อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันข้อตกลงทางการค้าใดจากรัฐบาลจีนอย่างเป็นทางการ
ประเด็น ไต้หวัน ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญ สี จิ้นผิง เตือนว่าความแตกต่างในเรื่องเกาะปกครองตนเองอาจสร้างความเสี่ยงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ย้ำว่านโยบายของสหรัฐฯ ต่อไต้หวันไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงสนับสนุนการคุ้มครองความมั่นคงของเกาะ
ด้าน พลังงานโลก การหารือครอบคลุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความสำคัญต่อการไหลของน้ำมันระหว่างประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพและการเข้าถึงพลังงานอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ทรัมป์ ยังเชิญสี จิ้นผิง เยือนทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อสานต่อการเจรจาการค้าและการลงทุน โดยตลาดจับตาความเป็นไปได้ของการพบกันเพิ่มเติมในการประชุม APEC เดือนพฤศจิกายน และ G20 เดือนธันวาคม 2569