KCC ฟอร์มเดือด! รายได้-กำไรพุ่ง มั่นใจทั้งปีโตต่อเนื่อง

KCC เผยกำไรไตรมาส 1/69 ทะยาน 1,828% แตะ 266 ลบ. กวาดรายได้ 395 ลบ. อานิสงส์รุกซื้อหนี้ NPL และขายทรัพย์ NPA ดันกระแสเงินสดพุ่ง มั่นใจ Q2 โตต่อ เตรียมออกหุ้นกู้ชุดใหม่เดือน มิ.ย. นี้


นายทวี กุลเลิศประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท ไนท คลับ แคปปิตอล โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ KCC เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในงวดไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 266.29 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1,828.02 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13.81 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้บริษัทมีรายได้รวม 395.12 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 558 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 60.61 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นผลมาจากการเดินหน้าตามกลยุทธ์ขยายพอร์ตลงทุนซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL) ซึ่งบริษัทได้เข้าลงทุนเพิ่มเติมกว่า 190 ล้านบาท โดยเป็นการเข้าซื้อกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อมีหลักประกัน (Secured NPL) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ KCC ที่มุ่งเน้นพอร์ตลูกหนี้ที่มีคุณภาพในการจัดเก็บและสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ในระยะยาว โดยการเข้าซื้อพอร์ตดังกล่าวจะช่วยเพิ่มฐานสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (Earning Assets) และสนับสนุนรายได้ในอนาคต ซึ่งเมื่อพอร์ตเริ่มเข้าสู่ช่วงบริหารและจัดเก็บก็จะเริ่มมีกระแสเงินสดรับเข้ามา

นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการทยอยจำหน่ายเงินลงทุนในตราสารทุนที่เข้าลงทุนก่อนหน้านี้ รับรู้รายได้เข้ามามากกว่า 30 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการที่สำคัญของโครงสร้างรายได้และการบริหารสินทรัพย์ของ KCC โดยเงินลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่ได้รับมาควบคู่กับการลงทุนในพอร์ตหนี้ และคาดว่าจะสามารถทยอยบริหารพร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ประเภทนี้ได้เพิ่มเติมในไตรมาสต่อๆ ไป ภายใต้แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

“กระแสเงินสดรับของบริษัทในไตรมาสแรกอยู่ที่ประมาณ 70.55 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยการเติบโตของกระแสเงินสดในไตรมาสนี้ มีปัจจัยหลักมาจากการขายทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้ 10.46 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 1.8 ล้านบาท เป็นผลจากการปรับกลยุทธ์ที่ส่งผลให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้กว้างขึ้นและสามารถปิดการขายได้รวดเร็วขึ้น” นายทวี กล่าว

สำหรับแนวโน้มธุรกิจและทิศทางการเติบโตในอนาคต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KCC ประเมินว่า แนวโน้มในไตรมาส 2 จะยังคงเติบโตได้ดี โดยคาดว่าการลงทุนในพอร์ตลูกหนี้ใหม่ และการทยอยรับรู้รายได้จากสินทรัพย์ลงทุน รวมถึงการต่อยอดกลยุทธ์บริหารจัดการ NPA และเงินลงทุน จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ กระแสเงินสด และผลประกอบการในระยะต่อไป นอกจากนี้ บริษัทยังคงรักษาวินัยด้านการลงทุนและการบริหารความเสี่ยง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ในช่วงไตรมาส 2 บริษัทมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระจำนวน 431 ล้านบาท ซึ่งได้มีการวางแผนบริหารจัดการสภาพคล่องและจัดเตรียมแหล่งเงินทุนเพื่อชำระคืนหุ้นกู้ดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยหลักๆ จะมาจากกระแสเงินสดรับจากการดำเนินธุรกิจ และการจัดเก็บหนี้จากพอร์ตลูกหนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น KCC มีแผนที่จะดำเนินการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อเป็นการบริหารต้นทุนและรักษาความยืดหยุ่นของโครงสร้างเงินทุนให้มีความเหมาะสมกับแผนการเติบโตในระยะยาว พร้อมทั้งยังคงรักษานโยบายการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่กลุ่มผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

Back to top button