เปิด 10 หุ้น “ประกัน” โกยกำไร Q1 ทะลัก! BUI เด่นสุดโตเฉียด 200%

ส่องงบ 10 หุ้นกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิตไตรมาส 1/2569 โชว์กำไรสุทธิโตแกร่ง นำทัพโดย BUI ฟอร์มเด่นสุดกำไรพุ่ง 187.28% รับอานิสงส์ไร้ภาระตั้งสำรองสินไหมแผ่นดินไหวหนุนค่าใช้จ่ายลดฮวบ ผสานรายได้จากการลงทุนและค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น ตามด้วย TGH และ TVH ที่กำไรโตทะลุ 150% ขณะที่ TLI ครองแชมป์โกยกำไรสุทธิสูงสุด 3.26 พันล้านบาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยพบว่ามี 10 หลักทรัพย์ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทั้งในแง่ของการเติบโตของกำไรสุทธิและการทำกำไรในระดับสูง ตามรายละเอียดในตาราง ดังนี้

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิโดดเด่นที่สุด นำโดย บริษัท บางกอกสหประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BUI มีกำไรสุทธิ 14.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.60 ล้านบาท หรือเติบโตสูงถึง 187.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 5.13 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการบริการประกันภัย เนื่องจากในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า บริษัทต้องตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวก้อนใหญ่เป็นจำนวนเงิน 33.20 ล้านบาท เมื่อไม่มีรายการดังกล่าวในไตรมาสนี้ จึงส่งผลให้ผลการดำเนินงานด้านการบริการประกันภัยเติบโตพุ่งสูงถึง 325.60% นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากการลงทุนสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 26.52% รวมถึงกำไรสุทธิจากธุรกิจให้เช่าพื้นที่สำนักงานที่เติบโต 35.27% ซึ่งเกิดจากการที่รายได้ค่าเช่าเพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการที่สามารถลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการให้เช่าลงได้ถึง 26.31%

รองลงมาคือ บริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TGH ทำกำไรสุทธิ 251.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.09 ล้านบาท หรือเติบโต 165.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 94.88 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากความสำเร็จของธุรกิจประกันชีวิตและธุรกิจการเงิน ผสานกับความสามารถในการควบคุมอัตราค่าสินไหมทดแทนและลดค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ธุรกิจการเงินก็เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่ช่วยหนุนการเติบโตจากการพลิกกลับมามีกำไรอย่างโดดเด่น ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายรถยนต์หมดสัญญาเช่าที่มากขึ้น และการมีอัตรากำไรที่สูงขึ้นจากการเน้นเจาะตลาดผ่านช่องทางขายรายย่อย

ตามมาด้วย บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH มีกำไรสุทธิ 172.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106.30 ล้านบาท หรือเติบโต 159.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 66.46 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของทั้งประกันภัยรถยนต์และประกันภัยประเภทอื่น ๆ โดยเฉพาะประกันสุขภาพที่เติบโตตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายฐานลูกค้า และการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการ

ประกอบกับบริษัทมีค่าใช้จ่ายจากการประกันภัยลดลงร้อยละ 4.4 เนื่องจากในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้ามีเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้ค่าสินไหมทดแทนกลุ่มประกันอัคคีภัยและความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกที่สำคัญจากการเติบโตของรายได้จากการลงทุนสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 648.5 ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงิน

ขณะที่ บริษัท จรัญประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ CHARAN มีกำไรสุทธิ 27.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.68 ล้านบาท หรือเติบโต 136.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 11.44 ล้านบาท และ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH โชว์กำไรสุทธิ 1,129.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 570.64 ล้านบาท หรือเติบโต 102.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 558.50 ล้านบาท

ทั้งนี้ ส่วนของบริษัทที่ทำกำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่มนี้ นำโดย บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI โดยกวาดกำไรสุทธิไปได้ถึง 3,267.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 584.31 ล้านบาท หรือเติบโต 21.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 2,682.72 ล้านบาท รองลงมาคือ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA มีกำไรสุทธิ 1,605.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 355.01 ล้านบาท หรือเติบโต 28.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 1,250.53 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีหลักทรัพย์อื่น ๆ ในกลุ่มที่ผลประกอบการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ประกอบด้วย บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AYUD มีกำไรสุทธิ 884.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176.47 ล้านบาท หรือเติบโต 24.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 708.51 ล้านบาท, บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH มีกำไรสุทธิ 352.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.70 ล้านบาท หรือเติบโต 23.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 285.23 ล้านบาท และ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI มีกำไรสุทธิ 274.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.70 ล้านบาท หรือเติบโต 43.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 191.92 ล้านบาท

Back to top button