
BAM ลุ้นปิดดีล JV AMC ครึ่งปีหลัง มั่นใจ กำไร “ARI-AMC-ARUN AMC” ปีนี้แตะ 100 ล้าน
BAM เดินหน้าขยายธุรกิจผ่านโมเดล JV AMC เตรียมสรุปดีลร่วมสถาบันการเงินภายในไตรมาส 2/69 ก่อนเริ่มดำเนินงานครึ่งปีหลัง พร้อมตั้งเป้ารับรู้กำไรจาก JV เดิม “ARI-AMC-ARUN AMC” รวมราว 100 ล้านบาทในปีนี้ หวังต่อยอดฐานรายได้ประจำ เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจบริหารหนี้
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า BAM เดินหน้าวางกลยุทธ์ธุรกิจปี 2567 มุ่งสร้างรายได้สม่ำเสมอ ลดการพึ่งพารายได้จากทรัพย์ชิ้นใหญ่ พร้อมรุกโมเดล Partnership เจาะฐานลูกค้ากลุ่มข้าราชการทั่วประเทศ ควบคู่การลดต้นทุนทางการเงินต่ำกว่า 3% ภายในปีนี้ โดยตั้งเป้ากำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท และผลเรียกเก็บเงินสด 18,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทต้องการสร้างผลการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพในทุกไตรมาส โดยตั้งเป้าผลเรียกเก็บเงินสดเฉลี่ยราว 4,000-4,500 ล้านบาทต่อไตรมาส เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล ขณะเดียวกันยังรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า (JV) ต่อเนื่อง โดยไตรมาส 1/2569 รับรู้กำไรจาก JV ร่วมกับบริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (ARI-AMC) (ร่วมกับธนาคารออมสิน) กำไรสุทธิ 64 ล้านบาท บริษัท บริหารสินทรัพย์ อรุณ จำกัด (ARUN AMC) (ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBank) กำไรสุทธิ 15 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารับรู้กำไรรวมจากทั้งสองแห่งราว 100 ล้านบาทในปีนี้ รวมถึงคาดว่าจะได้ข้อสรุปการจัดตั้ง JV AMC ใหม่ร่วมกับสถาบันการเงินเพิ่มเติมภายในปลายไตรมาส 2 และเริ่มดำเนินงานได้ในครึ่งปีหลังของปีนี้
สำหรับกลยุทธ์การบริหารทรัพย์ บริษัทหันมารุกตลาด “Blue Ocean” ผ่านการทำ MOU ขายทรัพย์ตรงให้กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งมีฐานลูกค้ากว่า 3.1 ล้านราย โดยเริ่มจากกรุงเทพมหานคร ก่อนขยายไปยังกองทัพไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงสาธารณสุข พร้อมออกแบบรูปแบบชำระเงินผ่านการหักบัญชีเงินเดือนจนถึงวัยเกษียณ รวมถึงสามารถนำเงินบำเหน็จมาชำระงวดสุดท้ายได้ นอกจากนี้ BAM ยังเดินหน้าโครงการ “เจอ จ่าย จบ” สำหรับลูกหนี้ NPL โดยลดหนี้สูงสุด 30% หรือเปิดทางผ่อน 0% นาน 3 ปี เพื่อช่วยให้ลูกหนี้กลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง คาดว่าจะสร้างผลเรียกเก็บเงินสดจากโครงการดังกล่าวราว 800 ล้านบาท
ในด้านการลงทุน BAM ตั้งงบซื้อสินทรัพย์ปีนี้ไว้ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท ท่ามกลางซัพพลายหนี้เสียที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก พร้อมเร่งลดต้นทุนทางการเงินผ่านการเจรจากับสถาบันการเงิน การออกหุ้นกู้ และการใช้แหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำจากผู้ขายสินทรัพย์บางส่วน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกด Cost of Fund ลงต่ำกว่า 3% ได้ภายในไตรมาส 3 หรือ 4 ของปีนี้ ขณะเดียวกันบริษัทเตรียมเปิดตัว e-Marketplace ในเดือนกรกฎาคม เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อทรัพย์ NPA และผลักดันให้เป็นทางเลือกการลงทุนของประชาชน รวมถึงเตรียมขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของ BAM เองในอนาคต
ทั้งนี้ แม้ BAM จะลดการพึ่งพารายได้จากทรัพย์ชิ้นใหญ่ แต่ยังมีแผนทยอยขายทรัพย์ขนาดใหญ่ในพอร์ตอีก 2 โครงการ ได้แก่ Sona และ State Tower ในส่วนของห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ระหว่างการลงนาม MOU กับนักลงทุน คาดว่าจะสร้างกำไรสุทธิรวมกันไม่ต่ำกว่า 800-1,000 ล้านบาท ขณะที่ยังยืนยันเป้าหมายการเติบโตของบริษัทเฉลี่ยปีละ 5-7% พร้อมรักษานโยบายจ่ายเงินปันผลระดับสูงปีละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนในภาวะตลาดผันผวน
