
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 276 จุด ทำนิวไฮ รับความหวังเจรจา “สหรัฐ-อิหร่าน”
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 276 จุด ทำนิวไฮเหนือ 50,000 จุดต่อเนื่อง ขณะที่ Nasdaq และ S&P 500 ปิดบวกเล็กน้อย รับแรงหนุนหุ้นชิปและ AI หลัง Nvidia เผยงบสูงกว่าคาด ท่ามกลางความหวังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดทำนิวไฮอีกครั้ง หลังนักลงทุนคลายกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากสัญญาณเชิงบวกในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,285.66 จุด เพิ่มขึ้น 276.31 จุด หรือ +0.55% ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ยืนเหนือระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 50,000 จุดได้ต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,445.72 จุด เพิ่มขึ้น 12.75 จุด หรือ +0.17% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,293.10 จุด เพิ่มขึ้น 22.74 จุด หรือ +0.09%
บรรยากาศการลงทุนได้แรงหนุน หลังนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า เริ่มเห็น “สัญญาณที่ดี” ต่อโอกาสยุติสงครามในอิหร่าน ขณะที่ตลาดประเมินว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้ามากขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงในสินทรัพย์เสี่ยง
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด หลัง Nvidia เปิดเผยผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยรายได้อยู่ที่ 81.615 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของ Bloomberg Consensus ที่ 79.15 พันล้านดอลลาร์ พร้อมเติบโต 85% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น Nvidia ปิดลดลง 1.8% หลังนักลงทุนบางส่วนขายทำกำไร เนื่องจากตลาดยังมีความคาดหวังต่อหุ้น AI อยู่ในระดับสูง แม้ผลประกอบการและแนวโน้มรายได้ยังออกมาแข็งแกร่งก็ตาม
รอยเตอร์ส (Reuters) รายงานว่า นักลงทุนยังใช้ผลประกอบการของ Nvidia เป็น “ตัวชี้วัดสำคัญ” ว่าความต้องการลงทุนด้าน AI ทั่วโลกยังแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อยู่ในระดับสูงหรือไม่
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงเหลือ 218,000 ราย ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีแรงส่งต่อเนื่อง แม้อยู่ในภาวะดอกเบี้ยสูง
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 4.6% สะท้อนว่าตลาดยังระมัดระวังต่อแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ แม้แรงซื้อหุ้นชิปและความหวังคลี่คลายสถานการณ์ตะวันออกกลางจะช่วยหนุนบรรยากาศลงทุนก็ตาม
ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนคลายกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 1.9% ปิดที่ 98.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 1.8% ปิดที่ 102.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
