
YLG ชี้ทองคำพักตัว แนะย่อซื้อ-ดีดขาย จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ
YLG เผยราคาทองคำปรับลดลงต่ำกว่า 4,530 ดอลลาร์/ออนซ์ จากแรงขายทำกำไรและปัจจัยความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน แนะกลยุทธ์ "ย่อซื้อ-ดีดขาย" พร้อมจับตาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจกระทบการตัดสินใจของ FED
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG เปิดเผยว่า ราคาทองคำในวันนี้ได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4,530 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากเผชิญแรงขายทำกำไรบางส่วนภายหลังจากการฟื้นตัวในวันก่อนหน้า ขณะเดียวกันมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐอเมริกาได้เข้าโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศอิหร่าน แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจากับอิหร่าน โดยระบุว่าการหารือยังคง “ดำเนินไปได้ด้วยดี” ก็ตาม
ทั้งนี้ ตลาดยังคงมีความกังวลว่าหากการเจรจาดังกล่าวล้มเหลว ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะไปเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ต้องชะลอการผ่อนคลายนโยบายการเงินออกไป
นอกจากนี้ สำนักข่าว Kitco News ได้รายงานว่าทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางรัสเซียปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 24 ปี โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าประเทศรัสเซียอาจทยอยขายทองคำออกมาเพื่อเป็นการเพิ่มทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ หลังจากที่รายได้จากการส่งออกเกิดการชะลอตัวลงในช่วงต้นปี
สำหรับสรุปภาวะตลาดภาคค่ำ (เวลา 16:15 น.) พบว่า ราคาทองคำ (Gold) ล่าสุดอยู่ที่ 4,519.62 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปลี่ยนแปลงลดลง 48.45 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือปรับตัวลดลง 1.06% ขณะที่ราคาโลหะเงิน (Silver) อยู่ที่ 76.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 2.61% ทางด้านดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) อยู่ที่ 99.10 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.11% และค่าเงินบาท (Baht) ล่าสุดอยู่ที่ 32.67 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.59%
ทั้งนี้ YLG ประเมินแนวโน้มราคาทองคำว่าอยู่ในทิศทางแกว่งตัวลง (Sideway Down) โดยให้กลยุทธ์การลงทุนในรูปแบบ “ย่อซื้อ-ดีดขาย” สำหรับราคาทองคำสปอต (GOLD SPOT) มีแนวต้านสำคัญอยู่ที่ระดับ 4,553, 4,581 และ 4,607 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่แนวรับประเมินไว้ที่ระดับ 4,489, 4,453 และ 4,405 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยกำหนดจุดตัดขาดทุน (STOP LOSS) ไว้ที่ 4,489 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับคำแนะนำเชิงกลยุทธ์การลงทุนโดยละเอียด มีดังต่อไปนี้
- แนะนำให้ขายทำกำไรสถานะซื้อ หากราคาไม่สามารถผ่านระดับ 4,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
- หากราคาสามารถผ่านระดับ 4,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ แนะนำให้ชะลอการขายออกไปที่บริเวณแนวต้านถัดไป
- นักลงทุนสามารถเปิดสถานะซื้อได้อีกครั้ง หากราคาไม่หลุดกรอบแนวรับที่ 4,527-4,487 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- ให้พิจารณาตัดขาดทุนทันที หากราคาหลุดระดับ 4,489 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อรอดูทิศทางตลาดอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรติดตามการประกาศข้อมูลสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านใน 20 รัฐ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประจำเดือนมีนาคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ประจำเดือนพฤษภาคม และดัชนีภาคการผลิต ประจำเดือนพฤษภาคม เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองด้านอัตราดอกเบี้ยของ FED ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ และทิศทางราคาทองคำในระยะถัดไป
