นายกฯ เปิด “ไทยช่วยไทยพลัส” ผนึก 4 แอปเดลิเวอรี คลังดัน AI ปูทางร้านค้าเข้าถึงสินเชื่อ

นายกฯ “อนุทิน” เดินหน้าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เปิดใช้ 4 แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี หนุนร้านค้ารายย่อยเพิ่มยอดขาย ขณะที่ “เอกนิติ” ดัน AI “นกกระซิบ” ช่วยจัดทำบัญชี ปูทางเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ลดพึ่งหนี้นอกระบบ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 มิ.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมผู้บริหารกระทรวงการคลัง สถาบันการเงิน และผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ LINE MAN, ShopeeFood, Robinhood และ Grab รวมทั้งระบบ AI “นกกระซิบ” ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิของภาครัฐ และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการรายย่อย

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการควบคู่กับการกระตุ้นการใช้จ่าย โดยส่งเสริมการ Reskill และ Upskill รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการธุรกิจ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสเพิ่มยอดขายในระยะยาว

ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ประกอบการหลายรายที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 เท่า ซึ่งสะท้อนว่ามาตรการดังกล่าวช่วยให้ประชาชนซื้อสินค้าได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการสามารถขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าหลังสิ้นสุดโครงการ ร้านค้าจะยังสามารถรักษาฐานรายได้ให้เติบโตได้อย่างน้อย 2 เท่า

ด้านนายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลเปิดให้ร้านค้าเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) แล้ว เพื่อช่วยขยายตลาดจากหน้าร้านสู่ช่องทางออนไลน์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้า และสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการรายย่อย

ข้อมูลจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ที่ผ่านมา พบว่า ร้านค้าที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีมียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 50-100% ระหว่างโครงการ และหลังโครงการสิ้นสุด ยอดขายยังเติบโตต่อเนื่องกว่า 100-200%

นายเอกนิติกล่าวว่า แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งมีร้านค้าในระบบกว่า 1 ล้านราย ได้เปิดใช้งาน AI “นกกระซิบ” เพื่อช่วยวิเคราะห์ยอดขาย คำนวณต้นทุน วิเคราะห์สถิติการค้า และจัดทำบัญชีให้ร้านค้ารายย่อย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจและลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ

ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังเตรียมต่อยอดโครงการ โดยเปิดทางให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลบัญชีที่จัดทำผ่าน AI ไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น พร้อมสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ และลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ

สำหรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ประชาชนสามารถใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. โดยมีผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีเข้าร่วมเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิ และช่วยเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ

Back to top button